วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

พระอุโบสถอันงดงามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก เป็นพระอารามหลวงสำคัญของกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลภาพรวมของวัด
วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีความสำคัญสูงสุดในฐานะศูนย์กลางของธรรมยุติกนิกายและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชหลายพระองค์ รวมถึงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์
วัดประจำรัชกาล : เป็นวัดประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของทั้งสองพระองค์ไว้ใต้ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์
ปูชนียวัตถุสำคัญ:
พระอุโบสถ : มีความพิเศษคือมีพระประธานถึง 2 องค์ คือ พระพุทธชินสีห์ (องค์หน้า) และ พระสุวรรณเขต หรือพระโต (องค์หลัง)

พระไพรีพินาศ : พระพุทธรูปสำคัญที่มีชื่อเสียงด้านการปัดเป่าศัตรู ประดิษฐานอยู่ที่ซุ้มเก๋งบนชั้นสองของพระเจดีย์ใหญ่
ศิลปกรรมที่โดดเด่น : ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นภาพเขียนแนวสามมิติและสอดแทรกศิลปะแบบตะวันตกเป็นยุคแรกๆ ในไทย
สถาปัตยกรรมและสถานที่น่าสนใจ :
พระเจดีย์ใหญ่ : เจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ปิดทองคำเปลวทั้งองค์ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

พระตำหนักเพ็ชร : อาคารทรงยุโรปที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวโรรส
กังหันน้ำชัยพัฒนา : ในคูน้ำรอบวัดมีกังหันน้ำชัยพัฒนาที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานมาติดตั้งเพื่อทดสอบการใช้งานในยุคแรก
บรรยากาศการท่องเที่ยว : แม้ตั้งอยู่ใกล้ถนนข้าวสารแต่บรรยากาศภายในวัดมีความสงบเงียบ เหมาะแก่การมาสักการะพระพุทธรูปสำคัญ เดินชมสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก และศึกษาประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในประเทศไทย
การเดินทาง
ที่ตั้ง : 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า MRT : สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ MRT สามยอด หรือ MRT สนามไชย จากสถานีจะต้องต่อรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปอีกประมาณ 8-10 นาที
รถประจำทาง (รถเมล์) : มีรถเมล์หลายสายที่ผ่านบริเวณหน้าวัดหรือใกล้เคียง ได้แก่ สาย 15, 68, 127, 516 (ปอ.16), 4-11(43) ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดคือป้ายตรงข้ามวัดบวรนิเวศฯ หรือบริเวณตลาดบางลำพู
เรือโดยสารคลองแสนแสบ : ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือ ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ จากท่าเรือสามารถเดินต่อไปยังวัดได้ในระยะทางประมาณ 241 เมตร หรือใช้เวลาเดินประมาณ 4 นาที
เรือด่วนเจ้าพระยา : ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือ ท่าพระอาทิตย์ จากท่าเรือสามารถเดินต่อไปได้ระยะทางประมาณ 800 เมตร หรือใช้เวลาเดินประมาณ 11 นาที
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
ที่จอดรถ : ภายในบริเวณโรงเรียนวัดบวรนิเวศมีบริการที่จอดรถ (มีค่าบริการ) นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการอาคารจอดรถของ กทม. ที่ตลาดบางลำพูได้ ซึ่งคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง
ข้อควรทราบ : การจราจรในย่านนี้ค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ การใช้รถสาธารณะจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า
จุดเด่นที่สำคัญ
จุดเด่นสำคัญของ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร คือการเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอย่างลึกซึ้ง
ศูนย์กลางธรรมยุติกนิกาย : เป็นวัดที่เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมและเป็นแหล่งเผยแผ่หลักคำสอนที่เน้นความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย
วัดที่ประทับของกษัตริย์ : เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ในราชวงศ์จักรีทรงผนวชเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ รวมถึงรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลของทั้งสองพระองค์ โดยมีการประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารไว้ใต้ฐานพระพุทธบัลลังก์
พระพุทธชินสีห์ : เป็นพระประธานองค์หน้าในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากสุโขทัย มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก และเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง
พระไพรีพินาศ : พระพุทธรูปขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมากเรื่องพุทธคุณในการกำจัดอุปสรรคและปัดเป่าศัตรู ประดิษฐานอยู่บนชั้นสองของพระเจดีย์ใหญ่ เป็นจุดที่คนนิยมไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลิตรกรรมฝาผนังขรัวอินโข่ง: ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นและมีคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง เป็นผลงานของจิตรกรเอกยุคแรกที่นำเทคนิคการวาดภาพแบบตะวันตก (แสง-เงา, ทัศนมิติ) มาผสมผสานกับเรื่องราวพุทธศาสนาได้อย่างลงตัว
จิตรกรรมฝาผนังขรัวอินโข่ง : ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นและมีคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง เป็นผลงานของจิตรกรเอกยุคแรกที่นำเทคนิคการวาดภาพแบบตะวันตก (แสง-เงา, ทัศนมิติ) มาผสมผสานกับเรื่องราวพุทธศาสนาได้อย่างลงตัว
ประเภทการท่องเที่ยว
จุดเด่นสำคัญของการท่องเที่ยวของวัดบวรนิเวศราชวรวิหารจัดอยู่ในประเภท การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและประวัติศาสตร์ (Religious and Historical Tourism) อย่างชัดเจน โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยมิติสำคัญดังนี้:
การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและการแสวงบุญ : ผู้คนเดินทางมาเพื่อสักการะพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระพุทธชินสีห์ และ พระไพรีพินาศ เพื่อความเป็นสิริมงคล ปัดเป่าอุปสรรค และขอพรด้านความสำเร็จในชีวิต
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ : วัดมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สูงมากในฐานะศูนย์กลางของธรรมยุติกนิกายและมีความผูกพันใกล้ชิดกับราชวงศ์จักรี รวมถึงเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และ 9
การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม : ดึงดูดผู้ที่สนใจงานศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ที่หาชมได้ยาก
การท่องเที่ยวเชิงการศึกษา : เนื่องจากวัดเป็นสถาบันการศึกษาพระปริยัติธรรมและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย จึงเหมาะสำหรับการทัศนศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาในประเทศไทย
โดยสรุป วัดบวรนิเวศฯ เป็นจุดหมายที่เน้นความสงบ การเรียนรู้ และการสัมผัสรากเหง้าทางวัฒนธรรม มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์หรือสันทนาการทั่วไปครับ
กิจกรรมการท่องเที่ยว
กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เน้นไปที่ความสงบ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และการปฏิบัติทางศาสนามากกว่าความบันเทิง โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจใดังนี้
สักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ : กิจกรรมหลักคือการเข้าไปกราบสักการะ พระพุทธชินสีห์ (พระประธานองค์หน้า) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขึ้นไปสักการะ พระไพรีพินาศ บนพระเจดีย์ใหญ่ เพื่อขอพรให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายและศัตรู
ชมจิตรกรรมฝาผนังโบราณ : เดินชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ “ขรัวอินโข่ง” ภายในพระอุโบสถ ซึ่งมีลักษณะการวาดแบบตะวันตกที่แปลกตาและเล่าเรื่องพุทธประวัติอย่างมีมิติ
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี : เยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ที่เคยผนวชที่นี่ รวมถึงการศึกษาเรื่องราวการประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 9
เดินชมสถาปัตยกรรมผสมผสาน : ชมความงามของอาคารสไตล์ยุโรปอย่าง “พระตำหนักเพ็ชร” และกังหันน้ำชัยพัฒนาที่ติดตั้งในคูน้ำรอบวัด ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานศิลปะและวิทยาการ

ปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ : ด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบ วัดแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ทางวัดจัดขึ้นเป็นประจำ
เดินเที่ยวชมย่านบางลำพู/ถนนข้าวสาร : หลังจากเยี่ยมชมวัดแล้ว สามารถเดินต่อไปยังย่านตลาดบางลำพูเพื่อหาอาหารอร่อยๆ รับประทาน หรือเดินต่อไปยังถนนข้าวสารซึ่งอยู่ไม่ไกลกันได้
เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยววัดบวรนิเวศราชวรวิหารคือช่วง วันธรรมดาในตอนเช้า เพื่อให้ได้บรรยากาศที่สงบเงียบและหลีกเลี่ยงความวุ่นวายของการจราจรในย่านเมืองเก่า
เวลาที่เหมาะสมที่สุด :
วันและเวลา : ช่วงเช้าตรู่หลังวัดเปิด (ประมาณ 08:00 น.) ถึงช่วงสาย (ประมาณ 11:00 น.) ของวันจันทร์ถึงศุกร์
เหตุผล:
ความสงบ : วัดนี้เป็นวัดที่ยังคงมีการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด การมาช่วงเช้าจะช่วยให้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การสักการะและชมศิลปะอย่างเต็มที่
คนไม่พลุกพล่าน : หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวและกลุ่มทัวร์จำนวนมาก ซึ่งมักจะมาในช่วงสายถึงเที่ยง
อากาศเย็นสบาย : สามารถเดินชมบริเวณลานวัดและรอบเจดีย์ได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป
เวลาที่ควรหลีกเลี่ยง:
วันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) : จะมีผู้คนมาทำบุญและนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าปกติ
ช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา : เช่น
ช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา : เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา หรือช่วงเข้าพรรษา จะมีการจัดงานและมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมจำนวนมาก
ช่วงกลางวัน (หลัง 12:00 น.) : อากาศในกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายจะร้อนจัด และอาจมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น
โดยสรุป หากต้องการความสงบและต้องการซึมซับประวัติศาสตร์และศิลปะอย่างลึกซึ้ง การมาในวันธรรมดาช่วงเช้าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ
ข้อควรรู้ / คำแนะนำ
การเตรียมตัวไปเยือน วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มีข้อควรรู้และคำแนะนำที่สำคัญเพื่อให้การเยี่ยมชมเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติของวัด ดังนี้ครับ :
การแต่งกายที่เคร่งครัด
ชุดสุภาพ : เนื่องจากวัดบวรนิเวศฯ เป็นวัดที่มีความสำคัญสูงสุดทางราชวงศ์และพระธรรมวินัย ควรแต่งกายสุภาพอย่างยิ่ง สุภาพสตรีควรสวมกระโปรงยาวคลุมเข่าหรือกางเกงขายาวที่ไม่รัดรูป สุภาพบุรุษสวมกางเกงขายาวและเสื้อมีแขน
งดเว้น : เสื้อสายเดี่ยว, เสื้อเอวลอย, กางเกงขาสั้น และชุดรัดรูปทุกชนิด หากแต่งกายไม่เรียบร้อยอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าในพระอุโบสถ
การเข้าชมพระไพรีพินาศ
ทางขึ้น : พระไพรีพินาศประดิษฐานอยู่ที่เก๋งบนชั้นสองของพระเจดีย์ใหญ่ ทางขึ้นอาจมีความแคบและชันเล็กน้อย ควรเดินด้วยความระมัดระวัง
เวลาปิด-เปิด : บางช่วงเวลาพื้นที่ชั้นบนอาจปิดเพื่อทำความสะอาดหรือประกอบศาสนกิจ แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่บริเวณนั้นก่อนขึ้นไป
การถ่ายภาพและวิดีโอ
ภายในพระอุโบสถ : สามารถถ่ายภาพได้ แต่ควรทำด้วยความสงบ ไม่รบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือนั่งสมาธิ และงดการใช้แฟลชเพื่อรักษาภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ
กิริยาอาการ : ไม่ควรยืนค้ำศีรษะหรือทำท่าทางที่ไม่เหมาะสมในขณะถ่ายภาพกับปูชนียวัตถุ
การจัดการที่จอดรถ
ที่จอดรถจำกัดมาก : พื้นที่จอดรถภายในวัดมักจะเต็มเร็วมากโดยเฉพาะช่วงเช้าวันหยุด แนะนำให้จอดที่ อาคารจอดรถของ กทม. (บางลำพู) ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเพียง 5-10 นาทีโดยการเดิน หรือใช้บริการรถขนส่งสาธารณะจะสะดวก
ความสงบและการใช้เสียง
วัดสายปฏิบัติ : วัดบวรนิเวศฯ เป็นวัดที่เน้นความสงบและการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ควรใช้เสียงเบาที่สุดในการเดินชม และงดใช้โทรศัพท์มือถือภายในพระอุโบสถ
ตารางเวลาพิเศษ
ช่วงทำวัตร : หากต้องการสัมผัสความศรัทธาที่ลึกซึ้ง สามารถเข้าร่วมฟังการสวดทำวัตรเช้า (เวลา 08:00 น.) หรือทำวัตรเย็น (เวลา 20:00 น.) ร่วมกับคณะสงฆ์ได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่งดงามและสงบอย่างมากครับ
บทสรุป
บทสรุปของ วัดบวรนิเวศราชวรวิหารมีดังนี้
ศูนย์รวมจิตวิญญาณและราชวงศ์ : เป็นวัดที่มีความสำคัญสูงสุดในฐานะที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชหลายพระองค์ และเป็นสถานที่ทรงผนวชของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9
คลังมหาสมบัติทางศิลปกรรม : โดดเด่นด้วย พระพุทธชินสีห์ พระประธานผู้สง่างาม และภาพจิตรกรรมฝาผนัง 3 มิติยุคแรกของไทยฝีมือ ขรัวอินโข่ง ซึ่งหาชมได้ยาก
พุทธคุณแห่งการปัดเป่าอุปสรรค : เป็นที่ประดิษฐาน พระไพรีพินาศ พระพุทธรูปสำคัญที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสในการขอพรให้พ้นจากอุปสรรคและคนพาล
บรรยากาศแห่งความสงบ : แม้จะตั้งอยู่ใจกลางย่านบางลำพูที่คึกคัก แต่ภายในวัดกลับมีความสงบเงียบตามแบบฉบับวัดสายวิปัสสนา เหมาะแก่การมาพักใจและศึกษาธรรมะ
การเดินทางที่เชื่อมโยง : สามารถเดินทางมาได้ง่ายผ่าน MRT สถานีสามยอด หรือทางเรือคลองแสนแสบที่ ท่าผ่านฟ้าลีลาศ ทำให้เป็นจุดหมายที่ลงตัวในเส้นทางเที่ยวเมืองเก่า
วัดบวรนิเวศฯ จึงเป็นสถานที่ที่มอบทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ ความงามทางศิลปะ และความสงบทางจิตใจให้กับผู้มาเยือนอย่างแท้จริง







