Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

Share

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์รวมศรัทธาของผู้คน ไหว้พระ เสริมสิริมงคล และรำลึกถึงหลวงพ่อโต วัดระฆัง

เลือกอ่าน

Select วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยววัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไทย และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

การเดินทาง

ที่ตั้ง : 250 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700. 

การเดินทางไปยัง วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดคือทางเรือข้ามฟากริมแม่น้ำเจ้าพระยา:

ทางเรือ (วิธีที่สะดวกที่สุด)

เรือข้ามฟาก : วิธีที่ง่ายที่สุดคือไปที่ ท่าช้าง (ใกล้พระบรมมหาราชวังและวัดโพธิ์) แล้วต่อเรือข้ามฟากลำเล็กไปยัง ท่าวัดระฆัง โดยตรง ค่าโดยสารราคาประหยัดและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

เรือด่วนเจ้าพระยา : สามารถนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงสีส้มหรือธงอื่น) ไปลงที่ ท่าพรานนก (วังหลัง) ซึ่งอยู่ห่างจากวัดระฆังประมาณ 500 เมตร จากนั้นเดินเท้าต่อไปยังวัดได้

ทางรถไฟฟ้า BTS/MRT

BTS + เรือ : นั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานี สะพานตากสิน จากนั้นเดินไปที่ท่าเรือสาทร แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าช้างหรือท่าพรานนก แล้วต่อเรือข้ามฟากหรือเดินตามวิธีข้างต้น

MRT + เรือ/แท็กซี่ : นั่ง MRT มาลงสถานี สนามไชย (ใกล้ปากคลองตลาด) จากนั้นสามารถนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเตียนไปยังฝั่งวัดอรุณฯ แล้วต่อเรือหรือแท็กซี่ไปยังวัดระฆัง หรือนั่งแท็กซี่/ตุ๊กตุ๊กจากสถานีสนามไชยได้เลย

ทางรถประจำทาง (รถเมล์)

มีรถเมล์หลายสายที่ผ่านถนนอรุณอมรินทร์ใกล้กับวัด ได้แก่ สาย 4-41 (57r) หรือสาย 19, 57 ป้ายรถเมล์จะอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชหรือตลาดวังหลัง ซึ่งจะต้องเดินต่อไปยังวัดเล็กน้อย

ทางรถยนต์ส่วนตัว

สามารถขับรถยนต์มาตามถนนอรุณอมรินทร์ และเข้าซอยวัดระฆัง มีที่จอดรถภายในบริเวณวัด (อาจมีค่าบริการ) แต่พื้นที่จำกัดและสภาพจราจรอาจหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด

คำแนะนำ : การเดินทางทางเรือเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด เนื่องจากช่วยหลีกเลี่ยงปัญหารถติดในย่านเมืองเก่า และยังได้ชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

จุดเด่นที่สำคัญ

จุดเด่นที่สำคัญของวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ประกอบด้วยความเป็นสิริมงคล ความงดงามด้านศิลปกรรม และความผูกพันกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดแห่งนี้เป็นสถานที่พำนักและปฏิบัติธรรมของท่าน ผู้เป็นต้นตำรับพระสมเด็จวัดระฆัง ซึ่งเป็นพระเครื่องสำคัญในชุดเบญจภาคีและได้รับความนิยมอย่างสูง

พระประธานยิ้มรับฟ้า พระพุทธรูปเนื้อทองสำริดปางสมาธิประดิษฐานในพระอุโบสถ ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระพักตร์ที่ดูแช่มชื่นงดงาม

หอพระไตรปิฎก สถาปัตยกรรมเรือนไทยซึ่งเคยเป็นพระตำหนักเดิมในสมัยรัชกาลที่ 1 ภายในประดิษฐานตู้พระไตรปิฎกที่ตกแต่งด้วยลายแกะสลักและลายรดน้ำอย่างประณีต

ระฆังพระราชทาน 5 ใบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด โดยประชาชนนิยมมาเคาะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ตำหนักแดง อาคารไม้สีแดงจากพระราชวังเดิม สันนิษฐานว่าเคยใช้เป็นสถานที่เจริญพระกรรมฐานของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้วัดระฆังเป็นจุดหมายสำคัญในเส้นทางไหว้พระริมน้ำ และมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมชื่อเสียงและความเจริญรุ่งเรือง

ประเภทการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวของวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารจัดอยู่ในประเภท การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนด้วยกิจกรรมและสถานที่สำคัญดังนี้:

การแสวงบุญและสักการะ : ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อกราบสักการะรูปหล่อของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง และเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อที่ว่า “ไหว้พระวัดระฆังมีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี”

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม : นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงามและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านโบราณสถานสำคัญภายในวัด เช่น

หอพระไตรปิฎก : อาคารเรือนไทยที่เป็นอดีตพระตำหนักของรัชกาลที่1 ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง

พระอุโบสถ : ที่ประดิษฐาน “พระประธานยิ้มรับฟ้า” และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ประณีต

ตำหนักแดง : อาคารไม้โบราณที่เชื่อว่าเป็นที่เจริญพระกรรมฐานของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

กิจกรรมทางน้ำ : เนื่องจากวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางมาวัดมักเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม “ไหว้พระ 9 วัดทางเรือ” และนักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมให้อาหารปลาบริเวณท่าเรือวัดได้อีกด้วย

ความเงียบสงบ : แม้จะเป็นวัดสำคัญ แต่บรรยากาศภายในวัดมักจะมีความเงียบสงบกว่าวัดท่องเที่ยวหลักอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบในการปฏิบัติธรรมหรือเยี่ยมชม

กิจกรรมการท่องเที่ยว

กิจกรรมการท่องเที่ยวที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เน้นความศรัทธาและการสัมผัสวัฒนธรรมริมน้ำ ดังนี้:

กราบสักการะปูชนียวัตถุ : นักท่องเที่ยวนิยมเข้ากราบ “พระประธานยิ้มรับฟ้า” ในพระอุโบสถ และสักการะรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังสี) เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลให้มีชื่อเสียงโด่งดังตามคติความเชื่อ

เคาะระฆังและชมหอระฆัง : การเคาะระฆังรอบพระอุโบสถเป็นกิจกรรมยอดนิยมเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมชมระฆังโบราณที่เป็นสัญลักษณ์ของวัด

ชมศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ : เดินชม “หอพระไตรปิฎก” ซึ่งเป็นเรือนไทยโบราณที่เคยเป็นพระตำหนักของรัชกาลที่ 1 และภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ

กิจกรรมริมน้ำเจ้าพระยา : พักผ่อนและถ่ายรูปวิวริมแม่น้ำ รวมถึงการทำบุญให้อาหารปลาและนกบริเวณท่าเรือของวัด

ล่องเรือไหว้พระ : เป็นจุดแวะพักสำคัญในเส้นทางล่องเรือไหว้พระริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเชื่อมต่อไปยังวัดอื่นๆ เช่น วัดอรุณฯ หรือวัดโพธิ์

เดินเที่ยวตลาดวังหลัง : เนื่องจากอยู่ใกล้กัน นักท่องเที่ยวมักรวมกิจกรรมการเดินชิมอาหารสตรีทฟู้ดและช้อปปิ้งที่ตลาดวังหลังไว้ในทริปเดียวกัน

กิจกรรมทางศาสนาพิเศษ : การเข้าร่วมสวดมนต์ทำวัตรเช้า (หลัง08.00 น.) หรือร่วมงานประเพณีตามกาลเวลา เช่น งานสวดมนต์ข้ามปีและงานทอดกฐินพระราชทาน

เวลาที่เหมาะในการท่องเที่ยว

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยววัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารคือช่วง วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) ในช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความหนาแน่นและสามารถเที่ยวชมได้อย่างสะดวกสบาย

รายละเอียดประกอบการตัดสินใจเลือกเวลา:
เวลาที่เหมาะสมที่สุด : วันและเวลา: ช่วงเช้าตรู่หลังวัดเปิด (ประมาณ 08:00 น.) ไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 15:00 น.) ของวันธรรมดา


เหตุผล:

คนน้อย : นักท่องเที่ยวโดยรวมจะน้อยกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์

อากาศไม่ร้อนเกินไป : หากมาช่วงเช้าจะได้บรรยากาศที่เย็นสบาย

เข้าชมสะดวก : สามารถเข้าชมหอพระไตรปิฎกและสักการะพระประธานได้อย่างสงบ ไม่ต้องรอคิวหรือเบียดเสียด

เวลาที่ควรหลีกเลี่ยง :

วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : คนจะเยอะเป็นพิเศษเพราะเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการทำบุญไหว้พระ

ช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา : เช่น วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา หรือวันลอยกระทง จะมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญแน่นขนัดเป็นจำนวนมาก

ช่วงเที่ยงวัน : อากาศจะร้อนจัด ทำให้ไม่เหมาะกับการเดินชมบริเวณลานวัด

โดยสรุป หากต้องการความสงบและบรรยากาศในการซึมซับศิลปะและประวัติศาสตร์ การมาในวันธรรมดาช่วงเช้าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ส่วนถ้าหากต้องการบรรยากาศคึกคักและร่วมกิจกรรมทางน้ำ การมาในวันหยุดก็อาจจะตอบโจทย์ได้เช่นกัน

ข้อควรรู้ / คำแนะนำ

การเตรียมตัวก่อนไปวัดระฆังโฆสิตาราม มีข้อควรรู้และคำแนะนำ ที่สำคัญเพื่อให้การเยี่ยมชมราบรื่นและถูกต้องตามกาลเทศะดังนี้:

การแต่งกาย

สุภาพเรียบร้อย : ควรแต่งกายปิดแขนและเข่า งดสวมกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น หรือเสื้อสายเดี่ยว เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูง

การเข้าชมสถานที่สำคัญ

พระอุโบสถ : เมื่อเข้าไปสักการะ “พระประธานยิ้มรับฟ้า” ควรนั่งพับเพียบให้เรียบร้อยและงดใช้เสียงดัง

หอพระไตรปิฎก : เป็นโบราณสถานล้ำค่า การเข้าชมควรระมัดระวังไม่สัมผัสลวดลายรดน้ำหรือตู้พระไตรปิฎกโดยตรงเพื่อการอนุรักษ์

การเดินทาง (แนะนำทางน้ำ)

เรือข้ามฟาก : วิธีที่สะดวกที่สุดคือการนั่งเรือข้ามฟากจาก ท่าช้าง (ฝั่งพระนคร) มายัง ท่าวัดระฆัง โดยตรง

เรือด่วนเจ้าพระยา : สามารถลงที่ ท่าพรานนก (วังหลัง) แล้วเดินต่อมายังวัดได้ (ระยะทางประมาณ 500 เมตร) ซึ่งจะผ่านย่านของกินอร่อยๆ

กิจกรรมมูเตลูและทำบุญ

บทสวดชินบัญชร : หากต้องการสวดบทชินบัญชรต่อหน้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ควรเตรียมตัวฝึกสวดหรือพกหนังสือสวดมนต์ไปด้วย แม้ทางวัดจะมีป้ายบทสวดเตรียมไว้ให้ก็ตาม

การปล่อยปลา : ปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องการปล่อยปลาให้ถูกสุขลักษณะ แนะนำให้เลือกปล่อยปลาตามที่ทางวัดจัดเขตพื้นที่ไว้ให้เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำเจ้าพระยา

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่จอดรถ : ภายในวัดมีอาคารจอดรถ (มีค่าบริการ) แต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัดและทางเข้าค่อนข้างแคบ หากมาวันหยุดแนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะหรือเรือจะสะดวกกว่า

บทสรุป

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ยังคงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รวม ความศักดิ์สิทธิ์ ประวัติศาสตร์ และศิลปกรรม ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีบทสรุปภาพรวมดังนี้:

ศูนย์รวมศรัทธา : เป็นที่พำนักของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ต้นตำรับพระสมเด็จและบทสวดชินบัญชร ซึ่งพุทธศาสนิกชนเชื่อว่าหากมาสักการะจะมี “ชื่อเสียงโด่งดัง”

คลังแห่งศิลปวัฒนธรรม : โดดเด่นด้วย หอพระไตรปิฎก (พระตำหนักเดิมรัชกาลที่ 1) ที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยชั้นครู และ พระประธานยิ้มรับฟ้า ในพระอุโบสถ

จุดหมายปลายทางยอดนิยม : เป็นจุดแวะพักหลักของเส้นทางไหว้พระ9 วัดทางเรือ เชื่อมต่อกับย่านวังหลังที่มีของกินและบรรยากาศชุมชนเก่าแก่

คำแนะนำสำคัญ : การเดินทางด้วย เรือข้ามฟากจากท่าช้าง เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด และควรแต่งกายสุภาพเพื่อเข้าชมความงามของพระอารามหลวงแห่งนี้