วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

ความสำคัญ
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เป็นพระ อารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร ที่มีความสำคัญที่สุดแห่ง
หนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยมีภาพรวมที่โดดเด่นดังนี้ :
1. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกโลก
วัดประจำรัชกาลที่ 1 : เป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการสถาปนาเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย: รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้แขนงต่างๆ มาจารึกไว้รอบวัดเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษา
มรดกความทรงจำแห่งโลก:
จารึกวัดโพธิ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากUNESCO ให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) เนื่องจากเป็นแหล่งรวมภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น การแพทย์แผนไทย และโหราศาสตร์
2. จุดเด่นและสถาปัตยกรรมที่สำคัญ
พระพุทธไสยาสน์ (พระนอนวัดโพธิ์) : พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร องค์พระก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทองอย่างงดงาม ที่ฝ่าพระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ
พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล: กลุ่มพระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสวยงาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4
เจดีย์มากที่สุดในไทย: เป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทยโดยมีจำนวนรวมประมาณ 99 องค์
ยักษ์วัดโพธิ์ : รูปปั้นยักษ์ขนาดเล็กที่ประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มประตู ทางเข้าหอไตร ซึ่งมีตำนานการต่อสู้กับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณ)
3. ศูนย์กลางการนวดแผนไทย
วัดโพธิ์เป็นต้นกำเนิดและโรงเรียนสอนการนวดแผนไทยที่มีชื่อเสียไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถรับบริการนวดเพื่อสุขภาพภายในบริเวณวัดได้
การเดินทาง
การเดินทางไปยัง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการใช้รถไฟฟ้า MRT หรือเรือโดยสารเจ้าพระยาครับ
ที่ตั้ง : ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร (อยู่ติดกับพระบรมมหาราชวัง)
รถไฟฟ้า MRT (วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด) : ลงที่ สถานีสนามไชย ใช้ ทางออก 1 แล้วเดินเท้าต่อไปยังวัดโพธิ์ประมาณ 200 เมตร หรือใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที
ทางเรือด่วนเจ้าพระยา : ลงที่ ท่าเตียน จากท่าเรือ เดินเท้าต่อประมาณ 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าวัดโพธิ์
รถไฟฟ้า BTS + เรือ : นั่ง BTS มาลงสถานี สะพานตากสิน ใช้ทางออก 2 เดินไปยังท่าเรือสาทร แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงสีส้ม) ไปลงที่ ท่าเตียน
ทางรถประจำทาง (รถเมล์) : มีรถเมล์หลายสายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 44, 47, 53, 82
รถยนต์ส่วนตัว : สามารถนำรถไปจอดได้บริเวณใกล้เคียง เช่น ถนนเชตุพน หรือลานจอดรถเอกชนบริเวณท่าเตียน (มีค่าบริการ) การจราจรในย่านนี้ค่อนข้างหนาแน่น แนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า
คำแนะนำ : วิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือการใช้ MRT สถานีสนามไชย ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้าวัดมากที่สุด
จุดเด่นที่สำคัญ
จุดเด่นที่สำคัญของ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือนในปี 2026 มีดังนี้ครับ:
1. พระพุทธไสยาสน์ (พระนอนวัดโพธิ์)
เป็นพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ที่งดงามที่สุดในไทย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทองคำเปลวทั้งองค์ ไฮไลต์สำคัญคือ ฝ่าพระบาทประดับมุก เป็นรูปมงคล 108 ประการ ซึ่งเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

2. มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ (จารึกวัดโพธิ์)
วัดโพธิ์ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย เนื่องจากรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชา เช่น ตำราแพทย์ การเมือง การปกครอง และวรรณคดี จารึกไว้บนแผ่นหินอ่อน รอบวัด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกโดย UNESCO
3. ต้นตำรับการนวดแผนไทยและฤๅษีดัดตน
เป็นศูนย์กลางการแพทย์แผนไทยโบราณที่โดดเด่นที่สุด มี รูปปั้นฤๅษีดัดตน ในท่าต่างๆ เพื่อสอนวิธีการบำบัดร่างกาย และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนวดแผนไทยวัดโพธิ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
4. พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล
กลุ่มพระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใส (เขียว ขาว เหลือง น้ำเงิน) เป็นงานศิลปะจีนผสมไทยที่สวยงามและทรงคุณค่า โดยแต่ละองค์สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4

5. วัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในไทย
วัดโพธิ์ได้ชื่อว่าเป็น “อาณาจักรแห่งเจดีย์” เพราะมีเจดีย์รวมทั้งสิ่ถึง 99 องค์ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รายล้อมอยู่ทั่วบริเวณวัด
6. ตำนานยักษ์วัดโพธิ์
รูปปั้นยักษ์ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงในตำนาน “ท่าเตียน” ซึ่งมีความเชื่อว่าเคยสู้กับยักษ์วัดแจ้ง จนทำให้พื้นที่แถบนั้นราบเรียบกลายเป็นที่มาของชื่อ “ท่าเตียน” ในปัจจุบัน
ประเภทการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) จัดเป็นประเภท การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ โดยแบ่งเป็น มิติหลักได้ดังนี้:
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรม : นักท่องเที่ยวมาเพื่อ ชมมรดกโลกทางสถาปัตยกรรม เช่น พระพุทธไสยาสน์ เจดีย์สี่รัชกาลและภาพจิตรกรรมฝาผนัง รวมถึงการศึกษา “จารึกวัดโพธิ์“ ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์แผนไทย : วัดโพธิ์เป็นแลนด์มาร์ค ระดับโลกด้านการนวดแผนไทย นักท่องเที่ยวนิยมมาเพื่อรับบริการนวดดั้งเดิม ชมรูปปั้นฤๅษีดัดตน หรือศึกษาเกี่ยวกับตำรา สมุนไพรและการแพทย์โบราณ
การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและความเชื่อ : เป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญ โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องการขอพรกับพระนอนในเรื่อง ความรัก และการทำบุญถวายสังฆทานหรือร่วมพิธีทางศาสนาในพระอุโบสถ

การท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ : ในฐานะ “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย” วัดโพธิ์จึงเป็นจุดหมายของนักเรียน นักศึกษา และนักวิจัยที่สนใจในสรรพวิชาโบราณที่ปรากฏอยู่ตามอาคารต่างๆ ทั่วบริเวณวัด
กิจกรรมการท่องเที่ยว
ชมความงามพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) : เดินชมองค์พระนอนสีทองอร่ามและไฮไลต์ที่ ฝ่าพระบาทประดับมุก ภาพมงคล 108 ประการพร้อมทำบุญด้วยการ หยอดเหรียญลงในบาตร 108 ใบ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเชื่อเรื่องโชคลาภ
สัมผัสต้นตำรับนวดแผนไทย : รับบริการนวดแบบดั้งเดิมที่ โรงเรียนนวดแผนไทยวัดโพธิ์ หรือเดินชม รูปปั้นฤๅษีดัดตน รอบเขามอเพื่อศึกษาท่าทางบริหารร่างกายตามภูมิปัญญาโบราณ
ถ่ายภาพพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล : เดินชมกลุ่มเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใส ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของ นักท่องเที่ยวทั่วโลก
ตามรอยมรดกโลก UNESCO : เดินชม จารึกวัดโพธิ์ รอบอาคารต่างๆ ซึ่งมีทั้งวิชาความรู้เรื่องการแพทย์ วรรณกรรม และการปกครอง ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก
ตามหายักษ์วัดโพธิ์ : เดินสำรวจหาตัวตนที่แท้จริงของ “ยักษ์วัดโพธิ์” ตัวจิ๋วที่เฝ้าประตูหอไตร และเรียนรู้ตำนานการต่อสู้กับยักษ์วัดแจ้งจนเกิดเป็นพื้นที่ “ท่าเตียน”
ขอพรเรื่องความรัก : กิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนโสด (โดยเฉพาะที่มีเลขอายุเข้าเกณฑ์เลข 3) มักจะมาขอพรกับพระนอนวัดโพธิ์ตามความเชื่อโบราณ
เดินเที่ยวต่อเนื่องย่านท่าเตียน : หลังจากชมวัดเสร็จ นักท่องเที่ยวนิยม เดินไปยัง ท่าเตียน เพื่อหาร้านอาหาร คาเฟ่ริมน้ำ หรือนั่งเรือข้ามฟากไปชมวัดอรุณฯ ต่อได้ทันที
เวลาที่เหมาะสม ในการท่องเที่่ยว
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมวัดโพธิ์คือช่วง เช้าตรู่ หรือ ช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและฝูงชน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเช้าตรู่ (08:00 – 10:00 น.) : เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มทัวร์จำนวนมากและอากาศที่ไม่ร้อนเกินไป คุณจะสามารถถ่ายภาพและเดินชมรอบวัดได้อย่างสงบเงียบ
ช่วงบ่ายแก่ๆ (16:00 น. เป็นต้นไป) : เป็นอีกช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเริ่มเบาบางลง และคุณสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม
ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยง
ช่วงกลางวัน (10:00 – 15:00 น.) : เป็นช่วงที่วัดจะคึกคักที่สุดและอากาศร้อนจัด หากเดินทางมาในช่วงนี้ ควรเตรียมตัวรับมือกับผู้คนจำนวนมากและแสงแดดที่ร้อนแรง
วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์: วันหยุดมักจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าวันธรรมดา
ข้อมูลเพิ่มเติม
เวลาทำการ : วัดโพธิ์เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 19:30 น.
ฤดูกาล : ช่วงเดือน พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ จะมีสภาพอากาศที่เย็นสบายที่สุด เหมาะแก่การเดินชมกลางแจ้ง
ข้อควรรู้ /คำแนะนำ
การเตรียมตัวไปเที่ยววัดโพธิ์ในปี 2026 มีข้อแนะนำที่ช่วยให้การเที่ยวชมราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ดังนี้ครับ
1. การแต่งกาย (เคร่งครัด)
กฎระเบียบ : ต้องแต่งกายสุภาพเนื่องจากเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ห้าม สวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่า, กระโปรงสั้น, เสื้อแขนกุด, เสื้อสายเดี่ยว หรือเสื้อที่เปิดโชว์แผ่นหลัง
คำแนะนำ : หากไม่ได้เตรียมมา บริเวณหน้าวัดมักมีผ้าซิ่นหรือกางเกงขายาวจำหน่ายหรือให้เช่า แต่เตรียมมาเองจะสะดวกที่สุด
2. การเข้าชมพระนอน (พระพุทธไสยาสน์)
ถอดรองเท้า : คุณจะต้องถอดรองเท้าใส่ถุงหิ้วที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ก่อนเดินเข้าวิหาร
ความเชื่อ : เตรียมเหรียญสตางค์มาให้พร้อม (หรือแลกที่วัด) เพื่อหยอดลงใน บาท 108 ใบ หลังองค์พระนอน เพื่อความเป็นสิริมงคลและเชื่อว่าจะช่วยให้มีอายุยืนยาว
3. บริการนวดแผนไทย
การจอง : หากต้องการนวดแผนไทยต้นตำรับ แนะนำให้ เดินไปจองคิไว้ก่อน แล้วค่อยไปเดินชมวัด เพราะคิวมักจะยาว โดยเฉพาะในช่วงบ่าย
จุดให้บริการ : มี 2 จุดหลัก คือบริเวณโรงเรียนนวดใกล้กำแพงวัดฝั่งทิศใต้
4. ค่าเข้าชมและบัตรผ่าน
ชาวต่างชาติ : ปัจจุบันค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคือ 300 บาท (คนไทยเข้าฟรี)
น้ำดื่ม : บัตรเข้าชมมักจะมีคูปองสำหรับแลกน้ำดื่มฟรี 1 ขวดเล็ก ภายในวัด อย่าลืมนำไปใช้นะครับ
5. ข้อพึงระวัง
มิจฉาชีพ : ระวังบุคคลที่เข้ามาทักว่า “วัดปิด” หรือ “มีงานพระราชพิธ เข้าไม่ได้” แล้วชวนไปนั่งตุ๊กตุ๊กเที่ยวที่อื่น วัดโพธิ์เปิดทุกวัน หากสงสัยให้เดินไปสอบถามที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยตรง
ความร้อน : พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลางแจ้งและปูด้วยหิน ซึ่งสะสมความร้อนได้ดี ควรพกหมวก ร่ม หรือพัดลมมือถือมาด้วยครับ
บทสรุป
บทสรุปของ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) มีดังนี้
มรดกโลกที่ยังมีชีวิต : วัดโพธิ์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรก“ ที่รวบรวมภูมิปัญญาไทยซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO โดยเฉพาะจารึกตำราการแพทย์และนวดแผนไทยที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก
สถาปัตยกรรมสุดยอดของไทย : เป็นที่ประดิษฐาน พระนอนประดับมุก ที่งดงามที่สุด และมีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย (99 องค์)สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของศิลปะรัตนโกสินทร์ช่วงต้น
แลนด์มาร์คสุขภาพ : เป็นจุดหมายหลักของผู้ที่ต้องการสัมผัส การนวดแผนไทย ต้นตำรับดั้งเดิมท่ามกลางบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
การเชื่อมต่อที่สะดวก : ด้วยการตั้งอยู่ใกล้ MRT สนามไชย และ ท่าเรือท่าเตียน ทำให้วัดโพธิ์เป็นหัวใจสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ที่สามารถเที่ยวเชื่อมต่อไปยังพระบรมมหาราชวังและวัดอรุณฯ ได้อย่างง่ายดาย
วัดโพธิ์ จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ให้ครบทั้งความรู้ ศิลปะ และความผ่อนคลาย ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเทพฯ






