Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

Share

พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เลือกอ่าน

วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

ภาพรวมวัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดแจ้ง” เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่ สมัยอยุธยา โดยวัดอรุณฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทาง ยอดนิยมที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างวิจิตรบรรจง

จุดเด่นและสถาปัตยกรรมที่สำคัญ

พระปรางค์ประธาน : มีความสูงประมาณ 81.85 เมตร ถือเป็นพระปรางค์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ประดับด้วยชิ้นส่วนกระเบื้องเคลือบสีและเปลือกหอยจากจีนอย่างละเอียดประณีต ซึ่งจะส่องประกายเงางามเมื่อต้องแสงแดด

คติความเชื่อ : ผังของวัดจำลองตามคติไตรภูมิ โดยพระปรางค์ประธานแทนเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล ล้อมรอบด้วยปรางค์ทิศทั้ง 4

ยักษ์วัดแจ้ง : รูปปั้นยักษ์ศิลปะจีนสวมมงกุฎยอดแบบไทย “ทศกัณฐ์” (สีเขียว) และ “สหัสเดชะ” (สีขาว) ยืนเฝ้าซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักดี

พระอุโบสถและพระประธาน : เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่กล่าวกันว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงปั้นวงพระพักตร์ด้วยพระองค์เอง

ข้อมูลสำหรับผู้เข้าชม

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น.

ค่าธรรมเนียม : สำหรับชาวต่างชาติประมาณ 200 บาท (โปรดตรวจสอบที่หน้างานสำหรับราคาล่าสุด)

ข้อกำหนดการแต่งกาย : ต้องแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อมีแขน และกางเกงหรือกระโปรงที่คลุมเข่า

ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วงเย็นยามพระอาทิตย์ตกจะเป็นช่วงที่วัดมีความสวยงามมากที่สุดจากการเปิดไฟประดับที่ส่องสว่างกระทบยอดพระปรางค์

ประวัติโดยสังเขป

เดิมชื่อ “วัดมะกอก” : ในสมัยอยุธยา ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี ได้เสด็จมาถึงวัดนี้ในเวลาเช้าตรู่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดแจ้ง” และเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนที่จะย้ายไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามในสมัยรัตนโกสินทร์

การเดินทาง

คุณสามารถเดินทางไปวัดอรุณราชวรารามได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะ โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการใช้รถไฟฟ้า MRT หรือ BTS แล้วต่อเรือโดยสาร

การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

รถไฟฟ้า MRT และเรือด่วนเจ้าพระยา : นั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานี สนามไชย ทางออก 1 เดินต่อไปยัง ท่าเรือท่าเตียน (ประมาณ 850 เมตร) นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือท่าเตียนไป ท่าเรือวัดอรุณ

รถไฟฟ้า MRT สถานีอิสรภาพ : นั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานี อิสรภาพ ทางออก 2 จากนั้นสามารถเดินตรงไปตามถนนอิสรภาพแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนวังเดิม ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีก็จะถึงวัด หรือต่อรถโดยสารประจำทางสาย 57

รถไฟฟ้า BTS และเรือด่วนเจ้าพระยา : นั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานี สะพานตากสิน ทางออก 2 เดิน ต่อไปยัง ท่าเรือสาธร นั่งเรือด่วนเจ้าพระยา เช่น ธงสีฟ้าหรือธงสีส้ม ไปลงที่ ท่าเรือวัดอรุณ หรือ ท่าเรือท่าเตียน แล้วต่อเรือข้ามฟาก

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : จากย่านลาดพร้าว สามารถใช้เส้นทางถนนรัชดาภิเษก สะพานวงศ์สว่าง และสะพานอรุณอมรินทร์ เพื่อไปยังถนนวังเดิมในแขวงวัดอรุณได้ อย่างไรก็ตาม การจราจรอาจหนาแน่นกว่าปกติ

ที่จอดรถ : มีที่จอดรถให้บริการบริเวณใกล้เคียงวัด แต่จำนวนจำกัดและอาจมีค่าบริการ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลที่จอดรถล่าสุดในบริเวณนั้น

จุดเด่นที่สำคัญ

วัดเด่นสำคัญของวัดอรุณราชวรารามฯ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีดังนี้ครับ

พระปรางค์ที่สูงที่สุดในไทย : พระปรางค์ประธานของวัดมีความสูงถึง 81.85 เมตร โดดเด่นเป็นสง่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของวัด

งานประดับกระเบื้องและเปลือกหอย : ความวิจิตรงดงามของลวดลายที่ใช้ชิ้นส่วนกระเบื้องถ้วยชามจีนโบราณและเปลือกหอยมาประดับประดาอย่างประณีต ทำให้พระปรางค์มีประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงแดด

ยักษ์วัดแจ้ง : รูปปั้นยักษ์ 2 ตน คือ ทศกัณฐ์และสหัสเดชะ ที่ซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและมีชื่อเสียงคู่กับวัดมาอย่างยาวนาน

ที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา : ทำเลที่ตั้งทำให้วัดอรุณฯ เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินและยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟส่องสว่างองค์พระปรางค์

ประวัติศาสตร์สำคัญ : เคยเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตชั่วคราวในสมัยกรุงธนบุรี และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย

ประเภทการท่องเที่ยว

วัดอรุณราชวรารามฯ เป็นสถานที่ที่รองรับประเภทการท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ โดยหลักๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้:

ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม : เนื่องจากวัดมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา เคยเป็นราชธานีชั่วคราว และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตในอดีต จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของไทย

ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและแสวงบุญ : เป็นศาสนสถานสำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก นักท่องเที่ยวสายบุญนิยมมาสักการะพระพุทธรูป ทำบุญ และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา

ท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมและศิลปะ : จุดเด่นคือองค์พระปรางค์ที่สูงที่สุดในไทยและงานประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องและเปลือกหอยอย่างวิจิตรบรรจง เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจงานศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์

ท่องเที่ยวเพื่อถ่ายภาพ : ด้วยความสวยงามของทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและองค์พระปรางค์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งใน “จุดเช็คอิน” ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพที่ระลึก โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำ

ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจ : นักท่องเที่ยวทั่วไปมักมาเยี่ยมชมเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เดินเล่นริมแม่น้ำ และรับลมชมวิวในบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ (ในบางช่วงเวลา)

โดยสรุป วัดอรุณฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา และความงดงามทางศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวครับ

กิจกรรมการท่องเที่ยว

กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้เมื่อเดินทางไปเยี่ยมชมวัดอรุณราชวราราม มีดังนี้ครับ:

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ : นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสักการะ “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” พระประธานในพระอุโบสถ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ภายในวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล

ชมความงามของพระปรางค์ : เดินชมและถ่ายภาพความวิจิตรบรรจงขององค์พระปรางค์ประธานที่ประดับด้วยกระเบื้องและเปลือกหอย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญที่สุดของวัด

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ : เดินชมโบราณสถานและอ่านป้ายข้อมูลเพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของวัด ซึ่งเคยเป็นวัดสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ [1]

ถ่ายรูปคู่กับยักษ์วัดแจ้ง : ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับรูปปั้นยักษ์ “ทศกัณฐ์” และ “สหัสเดชะ” ที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คู่ของวัด [1]

ชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา : เดินเล่นบริเวณริมเขื่อนหน้าวัดเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งพระนคร โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงไฟส่องสว่างองค์พระปรางค์

เช่าชุดไทยถ่ายภาพ : มีบริการให้เช่าชุดไทยบริเวณรอบวัด นักท่องเที่ยวสามารถเช่าชุดไทยมาสวมใส่เพื่อถ่ายภาพคู่กับสถาปัตยกรรมไทยโบราณภายในวัด เก็บเป็นที่ระลึกที่สวยงามได้

ล่องเรือชมวิว : สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักอยู่บริเวณใกล้เคียง สามารถเลือกกิจกรรมล่องเรือทานอาหารเย็น หรือเรือนำเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะสามารถมองเห็นความสวยงามของวัดอรุณฯ ยามค่ำคืนจากกลางแม่น้ำได้ชัดเจนที่สุด

เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยววัดอรุณราชวรารามขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและกิจกรรมที่คุณวางแผนไว้ครับ โดยมีข้อแนะนำดังนี้

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพและชมวิว

ช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 08:00 – 09:30 น.) : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชนและอากาศร้อนครับ ในช่วงนี้คนจะน้อยกว่าช่วงสายหรือบ่าย และยังสามารถเก็บภาพองค์พระปรางค์ที่สะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าได้ชัดเจน

ช่วงเย็น (ประมาณ 16:00 – 18:30 น.) : เป็นเวลาที่สวยงามที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมครับ เนื่องจากคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแสงตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ไปจนถึงช่วงพลบค่ำที่ทางวัดจะเปิดไฟส่องสว่างองค์พระปรางค์ ตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน เป็นภาพที่สวยงามและโรแมนติกมาก

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม

หลีกเลี่ยงช่วงกลางวัน (11:00 – 15:00 น.) : ช่วงนี้อากาศจะร้อนจัดมากครับ และอาจมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ทำให้เดินชมรอบบริเวณได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

วันธรรมดา vs วันหยุด : หากต้องการความสงบ แนะนำให้ไปวันธรรมดาครับ แต่วันหยุดสุดสัปดาห์
หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็มีบรรยากาศคึกคักอีกแบบหนึ่ง

โดยสรุป ช่วงเย็น คือเวลาที่ได้รับความนิยมสูงสุดและให้ประสบการณ์การชมวิวที่น่าประทับใจที่สุดครับ

ข้อควรรู้ / คำแนะนำ

เพื่อให้การเยี่ยมชมวัดอรุณราชวราราม ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและประทับใจ มีข้อควรรู้และคำแนะนำสำคัญดังนี้ครับ

การแต่งกายที่เหมาะสม

กฎระเบียบ : เนื่องจากเป็นศาสนสถานสำคัญ ต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามสวมเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเหนือเข่า หรือกระโปรงสั้น

คำแนะนำ : หากไม่ได้เตรียมตัวมา บริเวณทางเข้ามีจุดให้บริการเช่าผ้าถุงหรือชุดไทยเพื่อให้ถูกระเบียบก่อนเข้าชม

การเตรียมตัวรับสภาพอากาศ

แสงแดด : พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งแจ้ง อากาศอาจร้อนจัด แนะนำให้พก ร่ม หมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มติดตัวไว้

ความปลอดภัย : บันไดทางขึ้นพระปรางค์มีความลาดชันสูงมาก ในปี 2026 นี้อาจมีการจำกัดการขึ้นในบางชั้นเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษขณะเดินขึ้น-ลง

ข้อมูลค่าธรรมเนียมและเวลาทำการ

คนไทย : เข้าชม ฟรี

ชาวต่างชาติ : มีค่าเข้าชม (ปัจจุบันประมาณ 200 บาท) ซึ่งรวมน้ำดื่มขวดเล็กฟรี 1 ขวด

เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 18:00 น. ทุกวัน

การจัดการฝูงชนและมุมถ่ายรูป

หลีกเลี่ยงคิว : หากมาช่วงวันหยุดหรือช่วงเย็น (16:30 น. เป็นต้นไป) จะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่เช่าชุดไทยถ่ายรูป

มุมลับ: นอกจากพระปรางค์ประธานแล้ว บริเวณ โบสถ์น้อย และ พระวิหาร มักจะมีคนน้อยกว่าและมีความสวยงามเชิงศิลปะที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

การเดินทางขากลับ

เรือข้ามฟาก : ตรวจสอบเวลาเรือข้ามฟากเที่ยวสุดท้าย (มักจะหมดประมาณ 20:00 – 21:00 น.) หากคุณอยู่ชมไฟจนดึก

จุดเรียกพิกัด : หากใช้แอปพลิเคชันเรียกรถ แนะนำให้เรียกไปรับที่สถานี MRT อิสรภาพ จะสะดวกกว่าการเรียกให้มารับที่หน้าวัดเนื่องจากถนนแคบและการจราจรติดขัด

บทสรุป

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ยังคงเป็นสัญลักษณ์อันสง่างามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเป็นจุดหมายปลายทางที่รวมเอา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความศรัทธา เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

สรุปสาระสำคัญ

โดดเด่นระดับโลก : ด้วยพระปรางค์ประธานที่สูงที่สุดในไทย ประดับกระเบื้องเคลือบสีวิจิตรบรรจง และทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามเกินบรรยาย

กิจกรรมยอดฮิต : การสวมชุดไทยถ่ายภาพกับองค์พระปรางค์ และการรอชมความงามยามอาทิตย์อัสดงที่เปิดไฟส่องสว่างทั่วบริเวณวัด

การเดินทางที่สะดวก : เข้าถึงง่ายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย (ต่อเรือข้ามฟากจากท่าเตียน) หรือ สถานีอิสรภาพ

ข้อแนะนำหลัก : ควรไปช่วง 16:00 – 18:30 น. เพื่อเลี่ยงอากาศร้อนและชมวิวที่สวยที่สุด และต้องแต่งกายสุภาพคลุมเข่าและหัวไหล่เสมอ

วัดอรุณฯ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ทุกคนควรหาโอกาสมาเยือนสักครั้งครับ