Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

Share

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร พระอุโบสถวัดสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี

เลือกอ่าน

วัดน่าเที่ยว ในกรุงเทพฯ

ข้อมูลภาพรวมของวัด

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างไทย-จีน โดยมีภาพรวมที่

ประวัติความเป็นมา : สร้างขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2368) โดย เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ที่ได้อุทิศบ้านและที่ดินส่วนตัวสร้างเป็นวัดถวาย พระองค์จึงพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร”เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมิตรภาพที่ดี

ศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีน : เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” หรือ “พระพุทธไตรรัตนนายก” ซึ่งชาวจีนนิยมเรียกว่า “ซำปอกง” ถือเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ (หน้าตักกว้างกว่า 10 เมตร สูงกว่า 14 เมตร)

ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม :

ผสมผสานไทย-จีน : พระอุโบสถมีลักษณะเด่นตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้จีนอย่างวิจิตรงดงาม

พระประธานปางป่าเลไลยก์ : ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระประธานปางป่าเลไลยก์ ซึ่งถือเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานในอุโบสถเป็นปางนี้

ระฆังใบใหญ่ที่สุดในไทย : บริเวณหอระฆังเป็นที่เก็บรักษา ระฆังยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ความเชื่อและการท่องเที่ยว : มีคติความเชื่อว่า “ไหว้พระวัดกัลยาฯ มิตรภาพดี มีเงินทอง” นักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรเรื่องกัลยาณมิตรที่ดี ความสำเร็จในการค้าขาย และมักเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางไหว้พระ 9 วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การเดินทาง

ที่ตั้ง :  371 ซอยอรุณอมรินทร์ 6 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600.

การเดินทาง ไปยัง วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการใช้เรือโดยสารหรือรถไฟฟ้า MRT

ทางเรือ (วิธีที่แนะนำและสะดวกที่สุด)

เรือข้ามฟาก : วิธีที่นิยมที่สุดคือ นั่งเรือข้ามฟากจาก ท่าเรือราชินี (ใกล้ปากคลองตลาดและ MRT สนามไชย) หรือจาก ท่าเรืออัษฎางค์ ไปยัง ท่าวัดกัลยาณมิตร โดยตรง

เรือด่วนเจ้าพระยา : สามารถนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงที่ท่าเรือใกล้เคียง เช่น ท่าเรือราชินี หรือ ท่าเรือสะพานพุทธ (Memorial Bridge Pier) แล้วเดินเท้าต่อไปยังวัดได้

ทางรถไฟฟ้า MRT

MRT อิสรภาพ : สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ MRT อิสรภาพ (Itsarapap Station) ใช้ ทางออก 1 แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 10-15 นาที หรือต่อรถแท็กซี่/วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปยังวัด

MRT สนามไชย : ลงที่ MRT สนามไชย ใช้ทางออก 5 แล้วเดินข้ามสะพานไปท่าเรืออัษฎางค์เพื่อต่อเรือข้ามฟากไปวัดกัลยาณมิตรได้

ทางรถประจำทาง (รถเมล์)

มีรถเมล์ หลายสายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียง เช่น สาย 3, 9, 44, 47, 53, 82, 4-41 (57r) ซึ่งป้ายรถเมล์จะอยู่ไม่ไกลจากวัดมากนัก

ทางรถยนต์ส่วนตัว

สามารถขับรถมายังวัดได้ตามที่อยู่ในแผนที่ มีที่จอดรถให้บริการภายในบริเวณวัด (อาจมีค่าบริการ) แต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัดและสภาพการจราจรในย่านนี้อาจจะหนาแน่น แนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า

จุดเด่นที่สำคัญ

จุดเด่นสำคัญของ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร มีดังนี้

หลวงพ่อโต “ซำปอกง” (พระพุทธไตรรัตนนายก) : นี่คือจุดเด่นอันดับหนึ่งและเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่สำคัญที่สุดของวัด เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ที่ประดิษฐานในพระวิหารหลวง ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพอย่างสูง โดยเชื่อว่าการมาสักการะ “ซำปอกง” จะช่วยเสริมดวงด้านการค้าขาย การเดินทางปลอดภัย และเสริมบารมี

ศิลปะการสร้างแบบ “พระราชนิยม” ใน รัชกาลที่ 3

สถาปัตยกรรมของวัดมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบแผนในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เน้นการผสมผสานศิลปะไทย-จีนอย่างกลมกลืน โดยสามารถสังเกตได้จาก

พระอุโบสถ : ที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา แต่ใช้หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีแบบจีนแทน

เจดีย์ทรงกลมแบบจีน (ถะ) : ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าวัด

พระประธาน ปางป่าเลไลยก์ (ในพระอุโบสถ) : เป็นจุดที่น่าสนใจทางพุทธศิลป์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานในพระอุโบสถเป็น ปางป่าเลไลยก์ (ปางที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งและมีช้างกับลิงถวายน้ำผึ้งและกล้วย) ซึ่งมีความหมายถึงความอดทนและการปลีกวิเวก

ระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย : หอระฆังของวัดเป็นที่ประดิษฐานระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวนิยมมาตีระฆังใบนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายเหมือนเสียงระฆัง

ทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา : วัดกัลยาณมิตรฯ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม “ไหว้พระ 9 วัดทางน้ำ” ทำให้มีทิวทัศน์ริมแม่น้ำที่สวยงามและสะดวกต่อการเดินทางด้วยเรือ เป็นการผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเข้ากับการชมทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างลงตัว

ประเภทการท่องเที่ยว

ประเภทการท่องเที่ยวของ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร จัดอยู่ในประเภท การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมแม่น้ำ (Riverside Cultural Tourism) และ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาไทย-จีน (Thai-Chinese Faith Tourism) โดยมีจุดเน้นหลักดังนี้

การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและศรัทธา : เป็นจุดหมายหลักสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ต้องการสักการะ “หลวงพ่อโต” (ซำปอกง) เพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง และการค้าขาย

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรม : นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การสร้างวัดในสมัยรัชกาลที่ 3 และชมสถาปัตยกรรมแบบ “พระราชนิยม” ที่ผสมผสานศิลปะไทยและจีนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ริมน้ำ : วัดตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การเดินทางด้วยเรือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ และวัดยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำยอดนิยมอีกด้วย

การท่องเที่ยวแบบเจาะลึกชุมชน : วัดนี้มักถูกรวมอยู่ในเส้นทางเดินชมย่านประวัติศาสตร์ฝั่งธนบุรี (เช่น ย่านกุฎีจีน) ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แท้จริง

โดยสรุป วัดกัลยาณมิตรฯ เป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เน้นความสงบ ความเชื่อทางศาสนา และการซึมซับศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของฝั่งธนบุรีครับ

กิจกรรมการท่อองเที่ยว

กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักที่ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เน้นไปที่การแสวงบุญและสัมผัสวัฒนธรรมไทย-จีนริมน้ำ ดังนี้

สักการะหลวงพ่อโต “ซำปอกง” : กิจกรรมหลักคือนมัสการ พระพุทธไตรรัตนนายก ในพระวิหารหลวงเพื่อขอพรด้านโชคลาภ การค้า และมิตรภาพที่ดีงาม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการมาเยือนวัดแห่งนี้

ตีระฆังยักษ์ : นักท่องเที่ยวนิยมไปที่หอระฆังเพื่อตีระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลให้มีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจาย

เดินชมสถาปัตยกรรมไทย-จีน : เดินสำรวจความงามของพระอุโบสถและพระวิหารที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา แต่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสไตล์จีน รวมถึงเจดีย์ทรงจีน (ถะ) ที่อยู่ด้านหน้า

ชมพระประธานปางป่าเลไลยก์ : เข้าไปชมความแปลกตาของพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นปางป่าเลไลยก์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

กิจกรรมริมน้ำ : สามารถทำบุญให้อาหารปลาบริเวณโป๊ะท่าเรือของวัด พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาและชุมชนฝั่งพระนครที่อยู่ตรงข้าม

เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว : วัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฝั่งธนบุรี นักท่องเที่ยวมักเดินทางต่อไปยังชุมชนกุฎีจีนเพื่อชมโบสถ์ซางตาครูส และชิมขนมฝรั่งกุฎีจีนอันเป็นเอกลักษณ์ในบริเวณใกล้เคียง

เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยว วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร คือช่วง เช้าตรู่ของวันธรรมดา เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงความแออัด

วันและเวลา : ช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 07:00 น. – 09:00 น.) ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์

เหตุผล :

ความสงบ : การมาถึงในช่วงเช้าจะช่วยให้คุณสามารถสักการะ “หลวงพ่อโต” (ซำปอกง) ได้อย่างสงบและมีสมาธิ

อากาศเย็นสบาย : เดินชมบริเวณลานวัดและริมแม่น้ำได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป

หลีกเลี่ยงคนเยอะ : นักท่องเที่ยวและกลุ่มทัวร์มักจะเริ่มมาในช่วงสายหรือเที่ยง

เวลาที่ควรหลีกเลี่ยง :

วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : ผู้คนจะหนาแน่นมาก โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาสักการะหลวงพ่อโต

ช่วงเทศกาลตรุษจีน : เป็นช่วงเวลาที่มีคนแน่นขนัดที่สุดของปี เนื่องจากเป็นวัดจีนสำคัญ ผู้คนจะมาไหว้ขอพรกันอย่างล้นหลาม

ช่วงกลางวัน (10:00 – 15:00 น.) : อากาศจะร้อนจัด และอาจมีกลุ่มทัวร์จำนวนมาก

โดยสรุป : หากต้องการความสงบและซึมซับบรรยากาศทางวัฒนธรรม การมาในวันธรรมดาช่วงเช้าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ข้อควรรู้ / คำแนะนำ

การเตรียมตัวไปเยือน วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร มีข้อควรรู้และคำแนะนำที่สำคัญเพื่อให้การเยี่ยมชมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

การแต่งกายที่เหมาะสม

ชุดสุภาพ : ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อยเหมือนกับการเข้าชมวัดไทยทั่วไป (ปิดไหล่และเข่า) แม้ว่าจะมีอิทธิพลของวัดจีน แต่ก็ยังคงเป็นพระอารามหลวงของไทย

รองเท้า : เตรียมรองเท้าที่สวมใส่สบาย เนื่องจากอาจจะต้องเดินเท้าจากท่าเรือหรือสถานี MRT พอสมควร

ข้อแนะนำในการสักการะ “ซำปอกง”

เครื่องสักการะ : สามารถซื้อเครื่องสักการะ (ดอกไม้ ธูป เทียน) ได้ที่บริเวณด้านหน้าวิหารหลวง

วิธีการขอพร : ชาวจีนมีความเชื่อว่าการขอพรกับหลวงพ่อโต (ซำปอกง) จะได้ผลดีในเรื่องความสำเร็จทางธุรกิจ การเดินทางปลอดภัย และมิตรภาพที่ดีงาม

การเดินทาง

ทางเรือสะดวกที่สุด : การเดินทางทางเรือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดและช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในฝั่งธนบุรี แนะนำให้ใช้บริการเรือข้ามฟากจากท่าราชินี

ที่จอดรถ : หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ที่จอดรถภายในวัดค่อนข้างมาก ยกเว้นช่วงนักเรียนเลิกเรียนอาจจะวุ่นวายหน่อย

กิจกรรมเสริมในบริเวณใกล้เคียง :

ชุมชนกุฎีจีน : วัดอยู่ใกล้กับชุมชนกุฎีจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สามารถเดินต่อไปชมโบสถ์ซางตาครูสและชิมขนมฝรั่งกุฎีจีนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนได้

ตลาดปากคลองตลาด : หากเดินทางกลับทางท่าเรือราชินี สามารถแวะชมตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ (ปากคลองตลาด) ได้ต่อ

ข้อควรระวัง

ความร้อน : บริเวณลานวัดเป็นพื้นที่โล่งกลางแจ้ง ควรเตรียมหมวกหรือร่มไปด้วยหากมาในช่วงกลางวัน

บทสรุป

สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและศรัทธาไทย-จีน : เป็นวัดสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีที่สะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างรัชกาลที่ 3 และผู้สร้างวัด โดยมี “หลวงพ่อโต (ซำปอกง)” เป็นศูนย์กลางความศรัทธาที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวจีนให้มาขอพรเรื่องโชคลาภและการค้าขาย

เอกลักษณ์สถาปัตยกรรม “พระราชนิยม”: โดดเด่นด้วยพระอุโบสถที่ผสมผสานศิลปะไทย-จีนไว้อย่างลงตัว (ไม่มีช่อฟ้าใบระกา) และเป็นวัดเดียวที่มีพระประธานปางป่าเลไลยก์ รวมถึงมี ระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เป็นจุดไฮไลต์

เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมริมน้ำ : เป็นจุดหมายสำคัญในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัดทางเรือ และตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนประวัติศาสตร์อย่าง กุฎีจีน ทำให้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวฝั่งธนบุรี

การเดินทางที่เชื่อมต่อถึงกัน : เข้าถึงได้สะดวกผ่าน MRT สถานีอิสรภาพ หรือการนั่งเรือข้ามฟากจาก ท่าราชินี ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางง่ายและสงบเงียบกว่าวัดหลักๆ ในฝั่งพระนคร [1.3]

วัดกัลยาณมิตรฯ จึงเป็นสถานที่ที่มอบคุณค่าทั้งในด้านจิตใจ ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่ลึกซึ้งขึ้น