วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

ภาพรวมของวัดปากน้ำภาษีเจริญ
วัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากสถาปัตยกรรมอันงดงาม โดยเฉพาะ “พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล” และ “พระพุทธธรรมกายเทพมงคล” (หลวงพ่อใหญ่) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ที่สุด ในกรุงเทพฯจุดเด่นและสิ่งที่น่าสนใจ
พระพุทธธรรมกายเทพมงคล (หลวงพ่อใหญ่) : เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ริมคลอง สูงถึง 69 เมตร และหน้าตักกว้าง 40 เมตร สร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กลายเป็นจุดหมายสำคัญที่ผู้คนนิยมมาสักการะและถ่ายภาพ
พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล : เจดีย์สูง 80 เมตร ภายในมีทั้งหมด 5 ชั้น
ชั้นที่ 1 : จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมวัตถุโบราณและของสะสมต่างๆ รวมถึงยานพาหนะโบราณ
ชั้นบนสุด (ชั้น 5) : เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์แก้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีการตกแต่งเพดานอย่างวิจิตรงดงามด้วยภาพวาดสีเขียวมรกตและสีน้ำเงิน

หลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) : เป็นอดีตเจ้าอาวาสผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูง ท่านเป็นผู้ค้นพบและเผยแผ่การปฏิบัติ “วิชชาธรรมกาย” ผู้คนมักมาสักการะรูปหล่อทองคำของท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย
บรรยากาศ : วัดตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ มีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การมาทำบุญ ไหว้พระ และปฏิบัติธรรม วัดปากน้ำภาษีเจริญจึงเป็นสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
การเดินทาง
การเดินทางไปวัดปากน้ำภาษีเจริญสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งวิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดคือการใช้รถไฟฟ้า
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
MRT รถไฟฟ้าใต้ดิน
นั่ง MRT สายสีน้ำเงิน : ไปลงที่ สถานีบางไผ่ (Bang Phai Station) ใช้ทางออก 1 จากนั้นสามารถต่อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือแท็กซี่เข้าไปยังวัดได้ ระยะทางประมาณ 5 นาที
BTS รถไฟฟ้าบีทีเอส :
นั่ง BTS สายสีลม : ไปลงที่ สถานีวุฒากาศ (Wutthakat Station) ใช้ทางออก 2 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเ ข้าวัดได้เช่นกัน ราคาประมาณ 30 บาท อีกทางเลือกคือลงที่ สถานีบางหว้า (Bang Wa Station) แล้วต่อรถสาธารณะหรือวินมอเตอร์ไซค์เข้าไป
รถเมล์ :
มีรถประจำทางสาย 4 ที่วิ่งสุดสายที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เรือ :
สามารถนั่งเรือโดยสารในคลองภาษีเจริญ หรือใช้บริการเรือนำเที่ยวจากท่าเรืออื่นๆ เช่น ท่าเรือสาทร แล้วต่อเรือหางยาวเข้าไปยังจุดลงเรือของวัดเพื่อชมบรรยากาศริมคลองได้
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว :
สามารถขับรถตามเส้นทางที่สะดวกที่สุดโดยใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทางไปยัง Wat Paknam Phasi Charoen ได้เลย เส้นทางที่แนะนำมักจะผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนเพชรเกษม ทั้งนี้ ควรเผื่อเวลาเดินทางเนื่องจากการจราจรในพื้นที่อาจหนาแน่นกว่าปกติได้
ที่ตั้ง : 300 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
จุดเด่นที่สำคัญ
วัดปากน้ำภาษีเจริญ ยังคงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ โดยมีจุดเด่นที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและผู้มีศรัทธาดังนี้ :
พระพุทธธรรมกายเทพมงคล (หลวงพ่อใหญ่) : พระพุทธรูปปางสมาธิปั้นด้วยทองแดงบริสุทธิ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีความสูงถึง 69 เมตร (เทียบเท่าตึก 20 ชั้น) ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลองภาษีเจริญ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลวัดปากน้ำภาษีเจริญในปี 2026 ยังคงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ
พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล : เจดีย์ศิลปะผสมผสานรัตนโกสินทร์และล้านนาที่สูง 80 เมตร ภายในแบ่งเป็น 5 ชั้นที่น่าสนใจ:
ชั้นที่ 5 : ประดิษฐาน เจดีย์แก้วมรกต ที่จำลองด้วยกระจกกว่าหนึ่งหมื่นชิ้น บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมภาพวาดเพดานรูปดาวและจักรวาลสีสันสวยงาม
ชั้นที่ 1-4 : เป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมวัตถุโบราณ ทรัพย์สมบัติของวัด และพื้นที่สำหรับปฏิบัติธรรม

หลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) : อดีตเจ้าอาวาสผู้ค้นพบ “วิชชาธรรมกาย” ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ผู้คนนิยมมาสักรากะรูปหล่อทองคำของท่านเพื่อขอพรเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและหน้าที่การงาน

ทัศนียภาพ “เวนิสตะวันออก” : ด้วยทำเลที่ตั้งริมคลองหลวง (คลองบางกอกใหญ่) ทำให้มีบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือชมความอลังการขององค์พระใหญ่จากกลางแม่น้ำ ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตระดับโลก
ประเภทการท่องเที่ยว
วัดปากน้ำภาษีเจริญรองรับประเภทการท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยหลักๆ คือ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา และ การท่องเที่ยวชมวิวริมน้ำ
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา : นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวัด
ชมสถาปัตยกรรม : ชื่นชมความงดงามของพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล และเจดีย์แก้วบนชั้น 5 ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมมาก

การปฏิบัติธรรม : เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และปฏิบัติวิชชาธรรมกายสำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจความสงบทางจิตใจ

การท่องเที่ยวชมวิวริมน้ำ : วัดตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ ทำให้สามารถเดินทางมาโดยเรือและเพลิดเพลินกับบรรยากาศวิถีชีวิตริมคลองแบบดั้งเดิมของฝั่งธนบุรี
ทัวร์ล่องเรือ : เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมทัวร์ล่องเรือชมคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ โดยมักจะแวะที่วัดปากน้ำเพื่อชมองค์พระใหญ่และเจดีย์แก้ว
ทัวร์ล่องเรือ : เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมทัวร์ล่องเรือชมคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ โดยมักจะแวะที่วัดปากน้ำเพื่อชมองค์พระใหญ่และเจดีย์แก้ว
การถ่ายภาพ : มุมถ่ายภาพจากริมน้ำหรือบนเรือที่มองเห็นองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นจุดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
นอกจากนี้ : ยังมีการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ภายในเจดีย์ หรือการเดินเที่ยวชมตลาดท้องถิ่นใกล้เคียงอย่างตลาดพลู ซึ่งเพิ่มความหลากหลายให้กับประสบการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่นี้
กิจกรรมในการท่องเที่ยว
กิจกรรมหลักๆ ในการท่องเที่ยวที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้แก่ การสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมความงามของสถาปัตยกรรม และสัมผัสบรรยากาศริมน้ำ
กิจกรรมภายในวัด
สักการะและขอพร:
พระพุทธธรรมกายเทพมงคล (หลวงพ่อใหญ่) : สักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ริมคลองเพื่อความเป็นสิริมงคล
หลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) : กราบไหว้รูปหล่อทองคำของอดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพศรัทธา ผู้คนนิยมขอพรเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และความราบรื่นในชีวิต
พระประธานในพระอุโบสถ : ไหว้ขอพรเรื่องความสุข ความราบรื่นในครอบครัวและหน้าที่การงาน

ชมสถาปัตยกรรมและศิลปะ:สักการะและขอพร:
พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล : เดินชมความงามของเจดีย์ 5 ชั้น และขึ้นไปชม เจดีย์แก้วมรกต บนชั้น 5 ที่มีภาพวาดเพดานรูปจักรวาลที่สวยงามตระการตา
พิพิธภัณฑ์ : เยี่ยมชมวัตถุโบราณและของสะสมต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ภายในชั้นล่างของเจดีย์

พักผ่อนและทำบุญอื่นๆ
ให้อาหารปลา : มีพื้นที่สำหรับให้อาหารปลาและเต่าริมคลอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าเพลิดเพลินสำหรับทุกคนในครอบครัว
เดินเล่นพักผ่อน : บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนและซึมซับความสงบ
ร่วมกิจกรรมทางศาสนา : หากมาในช่วงวันสำคัญ อาจมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ทำบุญ หรือปฏิบัติธรรมต่างๆ
กิจกรรมภายนอกวัด (ริมคลอง)
ล่องเรือชมวิว : สามารถเช่าเรือหางยาวล่องไปตามคลองภาษีเจริญเพื่อชมวิถีชีวิตชาวบ้านและถ่ายภาพองค์พระใหญ่จากมุมมองที่สวยงามแปลกตา
เยี่ยมชมสถานที่ใกล้เคียง : ล่องเรือต่อไปยังสถานที่อื่นๆ เช่น บ้านศิลปิน หรือตลาดน้ำคลองลัดมะยม (ควรเช็คเวลาเปิดปิดตลาด) เพื่อเที่ยวชมต่อเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันได้
เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยววัดปากน้ำภาษีเจริญคือ ช่วงเช้า หรือ ช่วงเย็น ในวันธรรมดา เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่สวยงามที่สุด
ช่วงเวลาแนะนำ
ช่วงเช้า (ประมาณ 7:00 – 10:00 น.) : อากาศไม่ร้อนจัดจนเกินไป ผู้คนไม่พลุกพล่าน ทำให้สามารถเดินชมภายในเจดีย์และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสงบ แสงแดดยามเช้าสวยงาม เหมาะแก่การถ่ายภาพองค์พระพุทธรูปริมคลอง
ช่วงเย็น (ประมาณ 16:00 – 18:00 น.) : อากาศเย็นสบาย สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดินบริเวณริมคลองหรือบนชั้นดาดฟ้าของอาคาร ได้องค์พระพุทธรูปจะเปิดไฟสวยงาม เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก
วันที่ควรหลีกเลี่ยง
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : วัดจะมีผู้คนหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ทำให้การเดินทางและการเข้าชมภายในเจดีย์อาจไม่สะดวกเท่าที่ควร วัดเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 08:00 – 18:00 น.
ข้อควรรู้ / คำแนะนำ
เพื่อให้การเยี่ยมชมวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด นี่คือข้อควรรู้และคำแนะนำสำคัญครับ:
การแต่งกาย : เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัด ควรแต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น และเสื้อแขนกุด หากไม่ได้เตรียมมา ทางวัดอาจมีผ้าถุงให้หยิบยืมในบางจุด แต่เตรียมตัวไปเองจะสะดวกที่สุดครับ
ระเบียบการใช้เสียง : ภายในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล โดยเฉพาะชั้นที่ 5 (ที่ประดิษฐานเจดีย์แก้ว) เป็นพื้นที่ที่ผู้คนมานั่งสมาธิและสวดมนต์ ควรสำรวมและใช้เสียงให้เบาที่สุด
การถ่ายภาพ : อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ทั่วไป แต่ ห้ามใช้ขาตั้งกล้อง และ ห้ามใช้โดรน ก่อนได้รับอนุญาตจากทางวัดมุมถ่ายภาพยอดฮิต (มุมมหาชน) ที่เห็นองค์พระใหญ่คู่กับตึกหรือทางเดินรถไฟ มักจะอยู่ในซอยรอบๆ วัด หรือการนั่งเรือหางยาวถ่ายจากในคลอง
ความสะอาด : วัดให้ความสำคัญกับความสะอาดมาก ก่อนเข้าภายในพระมหาเจดีย์จะต้อง ถอดรองเท้า และใส่ในถุงหรือวางในที่ที่จัดเตรียมไว้
การเข้าชมฟรี : วัดปากน้ำภาษีเจริญ ไม่เก็บค่าเข้าชม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (ข้อมูลปี 2026) แต่สามารถร่วมทำบุญได้ตามกำลังศรัทธาในจุดต่างๆ
สิ่งอำนวยความสะดวก : มี ลิฟต์ ให้บริการภายในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันได มีห้องน้ำสะอาดให้บริการหลายจุดรอบบริเวณวัด
บทสรุป
สรุปได้ว่า วัดปากน้ำภาษีเจริญ คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับทั้งสายบุญและสายท่องเที่ยวถ่ายภาพ โดยมีความโดดเด่นอยู่ที่ความงดงามของ “พระพุทธธรรมกายเทพมงคล” (หลวงพ่อใหญ่) และ “เจดีย์แก้วมรกต” ภายในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล
ประเด็นสำคัญที่ควรจำ :
ความสำคัญ : เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของผู้ศรัทธาในวิชชาธรรมกายและหลวงพ่อสด
จุดดึงดูด : สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกและการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำฝั่งธนบุรี
ความสะดวก : เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีบางไผ่ [3] และเข้าชมได้โดย ไม่มีค่าใช้จ่าย
การปฏิบัติตัว : เน้นการแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และใช้เสียงเบาเพื่อเคารพสถานที่และผู้ที่มาปฏิบัติธรรม
การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาไหว้พระ แต่คือการได้สัมผัสความประณีตของศิลปะไทยสมัยใหม่ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเทพฯ แบบดั้งเดิมที่ลงตัว







