Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

Share

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจดีย์ภูเขาทอง
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือภูเขาทอง วัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพมหานคร

เลือกอ่าน

วัดน่าเที่ยว ในกรุงเทพฯ

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดภูเขาทอง” เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรมหาวิหารที่ตั้งอยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1

ภาพรวมของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

บรมบรรพต (ภูเขาทอง) : เป็นจุดเด่นที่สุดของวัด โดยเป็นเจดีย์สีทองอร่ามที่ตั้งอยู่บนภูเขาจำลองสูง 77-80 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับจากประเทศอินเดียและศรีลังกา

ความเชื่อและการสักการะ : ผู้คนนิยมมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องความก้าวหน้า ชื่อเสียง และความสำเร็จในชีวิต นอกจากการสักการะพระเจดีย์แล้ว ภายในวัดยังมี “9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ” เช่น หลวงพ่อดวงดี (พระพุทธมงคลบรมบรรพต) และพระอัฏฐารสฯ ที่มีพุทธศิลป์งดงาม

สถาปัตยกรรมและศิลปะ : พระอุโบสถเป็นอาคารคอนกรีตหลังคาลด 3 ชั้น มีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ที่เล่าเรื่องทศชาติและไตรภูมิ

ประเพณีสำคัญ : ทุกปีในช่วงเทศกาลลอยกระทง (เดือนพฤศจิกายน) จะมีการจัดงานวัดภูเขาทอง ซึ่งมีประเพณี “ห่มผ้าแดง” องค์พระเจดีย์บรมบรรพตที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดมาอย่างยาวนาน

จุุดท่องเที่ยว : เดินขึ้นบันไดวน 344 ขั้นเพื่อชมวิวมุมสูง 360 องศาของเกาะรัตนโกสินทร์และเมืองกรุงเทพฯ

การเดินทาง

การเดินทางไปยัง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกที่สุดและช่วยหลีกเลี่ยงรถติดคือการใช้เรือโดยสารคลองแสนแสบ

ทางเรือคลองแสนแสบ (วิธีที่แนะนำและรวดเร็ว)

ขึ้นเรือที่ท่าเรือคลองแสนแสบต้นทางใดก็ได้ (เช่น ท่าประตูน้ำ, ท่าสะพานหัวช้าง) นั่งเรือไปจนถึง ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ (Panfa Leelard Pier) ซึ่งเป็นท่าสุดท้ายจากท่าเรือ เดินเท้าต่อไปยังวัดสระเกศประมาณ 5 นาที คุณจะเห็นภูเขาทองเด่นชัดอยู่ใกล้ๆ

รถไฟฟ้า MRT + เดินทางต่อ

ลงที่ MRT สามยอด (Sam Yot Station)ใช้ทางออก 1 แล้วเดินตรงไปตามถนนเจริญกรุง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนบริพัตร แล้วเดินต่อไปยังวัด ระยะทางเดินประมาณ 15 นาที

รถประจำทาง (รถเมล์) : มีรถเมล์หลายสายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียงวัด

ฝั่งถนนจักรพรรดิพงษ์: สาย 8, 15, 37, 47, 49, 2-38(8)

ฝั่งถนนบำรุงเมือง: สาย 15, 47, 48, 508

ฝั่งถนนหลานหลวง: สาย 2, 44, 59, 60, 79, 511

รถยนต์ส่วนตัว

สามารถขับรถมายังวัดได้ตามที่อยู่ 344 Chakkraphatdi Phong Rd, Ban Bat, Pom Prap Sattru Phai, Bangkok 10100 มีที่จอดรถภายในบริเวณวัด (มีค่าบริการ) แต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัดมาก การจราจรในย่านนี้ค่อนข้างหนาแน่นตลอดวัน แนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่าครับ

จุดเด่นที่สำคัญ

จุดเด่นที่สำคัญของ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของสถาปัตยกรรม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ ดังนี้ครับ

พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง ) : เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ โดยเป็นเจดีย์สีทองบนภูเขาจำลองสูงเท่าตึกประมาณ 19 ชั้น ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดียและศรีลังกา

จุดชมวิว 360 องศา : เมื่อเดินขึ้นบันไดวน 344 ขั้นถึงยอดภูเขาทอง จะเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะรัตนโกสินทร์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ได้รอบทิศทาง

พิธีห่มผ้าแดง : ประเพณีโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะมีการนำผ้าแดงผืนยาวมาจารึกชื่อ-นามสกุลของผู้ศรัทธา แล้วนำไปห่มรอบองค์พระเจดีย์ในช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อความเป็นสิริมงคลและเชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองจากภัยอันตราย

หลวงพ่อดวงดี : พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ประดิษฐานอยู่ในห้องโถงภายในบรมบรรพต พุทธศาสนิกชนนิยมมากราบขอพรเพื่อเสริมดวงชะตาให้ “ดวงดี” ตามชื่อของท่าน

พระอัฏฐารสฯ : พระพุทธรูปยืนศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้นที่มีความสูงถึง 10.75 เมตร (สูงที่สุดในกรุงเทพฯ สำหรับพระพุทธรูปยืนยุคนั้น) ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารโถง อัญเชิญมาจากวัดโลกยสุทธาราม จังหวัดพิษณุโลก ในสมัยรัชกาลที่ 3

ต้นศรีมหาโพธิ์ : ต้นโพธิ์ที่อัญเชิญหน่อมาจากต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ณ ประเทศอินเดีย ปลูกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ถือเป็นหนึ่งในต้นโพธิ์ที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศไทย

ประวัติศาสตร์ “แร้งวัดสระเกศ” : บริเวณด้านล่างของวัดมีอนุสรณ์สถานและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ช่วงรัชกาลที่ 2 ที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เป็นที่มาของตำนาน “แร้งวัดสระเกศ” ที่คนไทยรู้จักกันดี

พิพิธภัณฑ์บามิยัน : ประวัติศาสตร์การจำลอง: เรื่องราวเริ่มต้นที่ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเคยมีพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งเมืองบามิยัน แต่ถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย ทางวัดสระเกศฯ จึงได้จำลองถ้ำและพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นมา เพื่อรำลึกถึงและรักษาไว้ซึ่งมรดกทางพุทธศิลป์ที่สูญหายไปจากโลกให้คงอยู่คู่ประเทศไทย

ประเภทการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวของ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จัดอยู่ในประเภทหลักคือ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยมีจุดเน้นย่อยที่น่าสนใจดังนี้ครับ

ท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพ : ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความยิ่งใหญ่ของ “ภูเขาทอง” และเพลิดเพลินกับการปีนบันไดเพื่อชมวิวทิวทัศน์มุมสูง 360 องศาของเกาะรัตนโกสินทร์และเมืองกรุงเทพฯ

ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและศรัทธา : เป็นจุดหมายหลักสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่าการมาไหว้พระที่นี่จะช่วยให้ “ดวงดี” มีความก้าวหน้า และประสบความสำเร็จในชีวิต

ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ : นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดครั้งใหญ่ (“แร้งวัดสระเกศ”) หรือชมความสำคัญของต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำหน่อมาจากอินเดียโดยตรง

ท่องเที่ยวเชิงเทศกาลและประเพณี : ในช่วงเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะมาร่วมงานประเพณี “ห่มผ้าแดง” องค์พระเจดีย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และเป็นเอกลักษณ์

โดยสรุป วัดสระเกศฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์หลากหลาย ทั้งการออกกำลังกายเบาๆ การชมวิวที่สวยงาม การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจครับ

กิจกรรมการท่องเที่ยว

กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เน้นการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม การแสวงบุญ และการชมทิวทัศน์ ดังนี้

ปีนภูเขาทอง ชมวิวเมือง : กิจกรรมยอดนิยมที่สุดคือการเดินขึ้นบันไดวน 344 ขั้นสู่ยอด “บรมบรรพต” เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และชมวิวทิวทัศน์ 360 องศาของเกาะรัตนโกสินทร์และกรุงเทพฯ

ขอพร “หลวงพ่อดวงดี : สักการะ พระพุทธมงคลบรมบรรพต หรือหลวงพ่อดวงดี บริเวณโถงภายในองค์เจดีย์ภูเขาทอง ซึ่งเป็นที่นิยมในการขอพรเสริมดวงชะตาให้มีความโชคดีและก้าวหน้าในชีวิต

สักการะพระอัฏฐารส : นมัสการพระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ศิลปะสุโขทัยตอนต้นภายในพระวิหารโถง เพื่อความเป็นสิริมงคล

ร่วมประเพณี “ห่มผ้าแดง” (ช่วงเดือน พ.ย.) : หากมาในช่วงเทศกาลลอยกระทง จะได้เข้าร่วมพิธีแห่ผ้าแดงขึ้นไปห่มองค์เจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่ยิ่งใหญ่และเป็นเอกลักษณ์ของวัด

ชมจิตรกรรมฝาผนังโบราณ : เดินชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เล่าเรื่องทศชาติและไตรภูมิ

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ “แร้งวัดสระเกศ”: เดินชมบริเวณด้านล่างของวัดเพื่อเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโรคระบาดและเหตุการณ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ผ่านอนุสรณ์สถานที่จัดแสดงไว้กิจกรรมช่วงปีใหม่: ในช่วงต้นปี (มักจะมีการขยายเวลาถึงกลางเดือนมกราคม) วัดจะเปิดให้ชมวิวยามค่ำคืนและร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี เพื่อรับสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่

เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยว วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) คือช่วง เช้าตรู่ (07:00 – 10:00 น.) หรือ ช่วงเย็น (16:00 – 18:00 น.) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

ช่วงเช้า (07:00 – 10:00 น.) : เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มเดินขึ้นบันไดภูเขาทอง อากาศยังเย็นสบายและไม่แออัด สามารถไหว้พระและชมวิวเมืองได้อย่างสงบ

ช่วงเย็น (16:00 – 18:00 น.) : เหมาะสำหรับการมาชมวิวพระอาทิตย์ตกดินจากยอดภูเขาทอง ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามจับใจก่อนวัดปิดทำการ

วันที่ควรไปเที่ยว

วันธรรมดา (จันทร์ – ศุกร์) : จะได้รับความสงบมากกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างชัดเจน ทำให้การเดินขึ้นบันไดสะดวกสบายและสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศได้นานขึ้น

ช่วงเทศกาลลอยกระทง (พ.ย.) : หากต้องการสัมผัสประเพณี “ห่มผ้าแดง” ที่ยิ่งใหญ่ ต้องมาในช่วงนี้ แม้คนจะเยอะแต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก

ช่วงเทศกาลปีใหม่ (ม.ค.) : ในช่วงต้นปี วัดได้มีการขยายเวลาเปิดให้เข้าชมวิวกลางคืนได้ถึง 22:00 น. ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษในการชมวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนจากมุมสูง

เวลาเปิด-ปิด : เวลาปกติ: 07:00 – 19:00 น.

เวลาพิเศษ (ช่วงเทศกาลปีใหม่) : มีการขยายเวลาปิดถึง 22:00 น. ในช่วงต้นเดือนมกราคม

คำแนะนำเพิ่มเติม : ควรหลีกเลี่ยงการมาในช่วงเที่ยงวัน เพราะอากาศจะร้อนจัดและบันไดทางขึ้นอาจจะทำให้เหนื่อยล้าได้ง่ายครับ

ข้อควรรู้ / คำแนะนำ

การเตรียมตัวเดินทางไป วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีข้อควรรู้และคำแนะนำที่สำคัญเพื่อให้การเยี่ยมชม เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

การเตรียมร่างกายและการแต่งกาย

เตรียมตัวเดินขึ้นบันได : การขึ้นสู่ยอดภูเขาทองต้องเดินขึ้นบันไดวนทั้งหมด 344 ขั้น ซึ่งอาจจะเหนื่อยเล็กน้อยสำหรับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรพักเป็นระยะๆ และเตรียมน้ำดื่มติดตัวไปด้วย

แต่งกายสุภาพ : แม้จะต้องเดินขึ้นบันได แต่เนื่องจากเป็นเขตพุทธสถานสำคัญ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สุภาพ (ปิดไหล่และเข่า) และสวมรองเท้าที่สบายและกระชับเท้าสำหรับการเดิน

พกพัดลมมือถือ : บริเวณทางขึ้น-ลงและจุดพักอาจจะอากาศอบอ้าว พัดลมมือถือหรือร่มจะช่วยได้มาก

ค่าเข้าชมและเวลาทำการ

ค่าเข้าชม : สำหรับชาวไทยเข้าชมฟรี สำหรับชาวต่างชาติอาจมีค่าเข้าชมเล็กน้อย (ประมาณ 50 บาท)

เวลาขยายพิเศษ : ในช่วงต้นปี (มกราคม ) มีการขยายเวลาให้ชมวิวยามค่ำคืนถึง 22:00 น. ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษในการชมไฟเมือง หากไปช่วงเวลาปกติต้องวางแผนให้ทันก่อน 1 ทุ่มครับ

การเดินทางและที่จอดรถ

เรือคลองแสนแสบสะดวกที่สุด : วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงรถติดคือการนั่งเรือมาขึ้นที่ท่า ผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเดินต่อเพียง 5 นาที

ที่จอดรถจำกัด : หากนำรถยนต์ส่วนตัวมา ควรเผื่อเวลาหาที่จอดรถ ซึ่งมีที่จอดภายในวัดแต่มีจำนวนจำกัดมาก และค่าบริการอาจสูงในช่วงเทศกาล

กิจกรรมเสริมความสิริมงคล

สักการะหลวงพ่อดวงดี : อย่าลืมกราบขอพรที่หลวงพ่อดวงดีบริเวณด้านในองค์เจดีย์ภูเขาทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลตามชื่อของท่าน

เยี่ยมชมด้านล่าง : หลังจากลงมาจากภูเขาทองแล้ว ควรแวะชมบริเวณด้านล่างที่มีต้นศรีมหาโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ “แร้งวัดสระเกศ” ครับ

บทสรุป

บทสรุปของ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ในปี 2026 มีดังนี้ครับ

แลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ : โดเด่นด้วย พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เจดีย์สีทองบนภูเขาจำลองที่มองเห็นได้จากระยะไกล และเป็นจุดชมวิวเมืองเก่าแบบ 360 องศาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง

ศูนย์รวมศรัทธาและความเชื่อ : เป็นสถานที่แสวงบุญยอดนิยมสำหรับการขอพรให้ “ดวงดี” และความก้าวหน้าในชีวิต รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอัฏฐารสฯ พระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ

มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ : มีประเพณี “ห่มผ้าแดง” ที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดมาอย่างยาวนาน และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างตำนาน “แร้งวัดสระเกศ”

การเดินทางที่สะดวกและหลากหลาย : สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วย เรือโดยสารคลองแสนแสบ (ท่าผ่านฟ้าลีลาศ) หรือ MRT สถานีสามยอด ทำให้เป็นจุดหมายที่ลงตัวในเส้นทางท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์

กิจกรรมพิเศษปลายปี : ในช่วงต้นปี (มกราคม) มีการเปิดให้ชมวิวยามค่ำคืนและสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจกว่าช่วงเวลาปกติ

วัดสระเกศ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มอบทั้งความอิ่มเอมใจในเชิงศาสนา ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และสุนทรียภาพจากทัศนียภาพที่งดงามของกรุงเทพฯ ครับ