วัดในกรุงเทพฯ น่าเที่ยว

ภาพรวมวัดเทพธิดาราม วรวิหาร
วัดเทพธิดารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมศิลปะจีน ตามแบบพระราชนิยม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมหลายประการ
ภาพรวมสำคัญ
ประวัติ : สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2379 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและพระราชทานแก่พระราชธิดา คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ซึ่งทรงมีส่วนร่วมในการบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างด้วย
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมถนนมหาไชย ใกล้กับป้อมมหากาฬและวัดราชนัดดารามวรวิหาร ในบริเวณที่เดิมเรียกว่า “สวนหลวงพระยาไกร”
สถาปัตยกรรม : จุดเด่นคือการผสมผสานศิลปะไทย-จีนอย่างลงตัว เช่น หลังคาวัดที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์แบบวัดไทยทั่วไป แต่ใช้ปูนปั้นประดับกระเบื้องและลวดลายทิวทัศน์แบบจีนแทน
จุดเด่นและสิ่งน่าสนใจ
พระพุทธเทววิลาส (หลวงพ่อขาว) : เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานนามให้ มีความหมายว่า “พระพุทธรูปที่มีความงดงาม” ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อขาว”
หมู่พระอริยสาวิกา 52 องค์ : ภายในพระวิหาร มีรูปหล่อหมู่ภิกษุณี หรือพระอริยสาวิกาที่หล่อด้วยดีบุก 52 องค์ ในท่าทางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง
กุฏิสุนทรภู่ : วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของ สุนทรภู่ กวีเอกของไทย ในช่วงที่ท่านบวชเป็นพระภิกษุระหว่าง พ.ศ. 2383-2385 ปัจจุบันกุฏิหลังนี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ “บ้านกวี” หรือ “กุฏิสุนทรภู่” ภายในมีรูปหล่อครึ่งตัวเป็นอนุสรณ์

หอไตร : ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งแสดงถึงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและการอนุรักษ์
วัดเทพธิดารามฯ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปะไทย-จีน ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่งครับ
นิยมขอพรเรื่อง
ผู้คนนิยมขอพรเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง และความสำเร็จในสายอาชีพนั้นๆ ครับ
จุดที่นิยมมาขอพร เรื่องนี้คือบริเวณ พระวิหาร ภายในวัดเทพธิดารามวรวิหาร ซึ่งมีรูปหล่อหมู่ภิกษุณี (พระอริยสาวิกา) ที่หล่อด้วยดีบุกจำนวน 52 องค์ ในท่าทางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นจุดเด่นและเป็นที่เคารพสักการะเฉพาะของวัดแห่งนี้ครับ
การเดินทาง
การเดินทางไปยัง วัดเทพธิดารามวรวิหาร สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับย่านเมืองเก่า
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า MRT (สะดวกที่สุด) : นั่งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่ สถานีสามยอด ใช้ทางออกไปยังถนนมหาไชย แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงวัด ซึ่งอยู่ใกล้กับป้อมมหากาฬและลานคนเมือง
เรือโดยสารคลองแสนแสบ : นั่งเรือโดยสารคลองแสนแสบมาลงที่ท่าเรือสุดท้าย คือ ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ
จากนั้นสามารถเดินเท้าต่อไปเพียงประมาณ 5 นาที หรือใช้บริการรถสามล้อ/แท็กซี่ระยะสั้นเพื่อไปยังวัดได้
รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) : มีรถประจำทางหลายสายที่ผ่านหรือใกล้เคียงวัด เช่น สาย 1, 8, 44 หรือ 15, 35, 48, 53, 508 ลงที่ป้ายบริเวณถนนมหาไชยหรือใกล้เคียงวัดราชนัดดารามฯ แล้วเดินต่อไปยังวัด
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : สามารถขับรถมาตามถนนมหาไชยได้
ที่จอดรถ : การจอดรถในบริเวณวัดอาจมีพื้นที่จำกัด แนะนำให้หาที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง เช่น ลานจอดรถของวัดราชนัดดารามฯ หรือบริเวณใกล้เคียงถนนเจษฎาบดินทร์ แล้วเดินต่อไปยังวัดแทน
จุดเด่นสําคัญ
จุดเด่นสำคัญของ วัดเทพธิดารามวรวิหาร คือการผสมผสานศิลปะและประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นไม่เหมือนวัดอื่นๆ ครับ:
สถาปัตยกรรมไทย-จีนแบบพระราชนิยม
เอกลักษณ์ไร้ช่อฟ้า : จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดคือสถาปัตยกรรมแบบที่รัชกาลที่ 3 ทรงโปรด (พระราชนิยม) โดยไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์บนหลังคา แต่ใช้การก่ออิฐถือปูนประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและลวดลายแบบจีนแทน

เสาหิน : การใช้เสาหินกลมขนาดใหญ่รองรับน้ำหนักอาคารเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่แสดงถึงอิทธิพลศิลปะจีน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์และงานศิลป์ภายใน
พระพุทธเทววิลาส (หลวงพ่อขาว) : พระประธานในพระอุโบสถที่ได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 9 เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวนวลที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก

หมู่พระอริยสาวิกา 52 องค์ : รูปหล่อภิกษุณี (ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า) ที่หาชมได้ยากในประเทศไทย ประดิษฐานในพระวิหาร เป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง
คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรม
กุฏิสุนทรภู่ (บ้านกวี) : วัดนี้มีกุฏิที่สุนทรภู่ กวีเอกของโลก เคยจำพรรษาและแต่งวรรณกรรมหลายเรื่องในช่วงที่บวช ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม
หอไตรรางวัลยูเนสโก : ตัวหอไตรของวัดได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจาก UNESCO ซึ่งแสดงถึงความสำคัญในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
วัดเทพธิดารามฯ จึงเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวรรณกรรมไทยได้อย่างสมบูรณ์ครับ
ประเภทการท่องเที่ยว
วัดเทพธิดารามวรวิหาร รองรับประเภทการท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และศิลปะไทยที่ไม่เหมือนใคร:
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ : เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 3) และเรื่องราวการสร้างวัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชธิดา
ท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมและศิลปะ : จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมแบบ “พระราชนิยม” ที่ผสมผสานศิลปะไทย-จีนอย่างลงตัว เช่น หลังคาที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหอไตรที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากยูเนสโกท่อง
เที่ยวเชิงศาสนาและแสวงบุญ : เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาสักการะ “หลวงพ่อขาว” (พระพุทธเทววิลาส) และขอพรจากรูปหล่อหมู่พระอริยสาวิกา 52 องค์ โดยเฉพาะเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับสตรี
ท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรม : เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลงานของ สุนทรภู่ กวีเอกของโลก เพราะเคยเป็นที่พำนักของท่านขณะบวช และมีกุฏิอนุรักษ์ไว้ให้เข้าชม
กิจกรรมการท่องเที่ยว
กิจกรรมการท่องเที่ยวหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้เมื่อเยี่ยมชม วัดเทพธิดารามวรวิหาร มุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศาสนาครับ
กิจกรรมหลักสำหรับนักท่องเที่ยว
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์:
สักการะ : พระพุทธเทววิลาส (หลวงพ่อขาว) พระประธานในพระอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล
ขอพร เรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับสตรี ณ บริเวณ พระวิหาร ที่ประดิษฐานรูปหล่อหมู่พระอริยสาวิกา 52 องค์
เยี่ยมชมกุฏิสุนทรภู่ : เดินชม “บ้านกวี” หรือกุฏิที่ สุนทรภู่ กวีเอกของไทยเคยพำนักอาศัยและแต่งบทประพันธ์หลายเรื่อง ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่น่าสนใจ

ชมสถาปัตยกรรมและถ่ายภาพ :
ชมเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแบบ “พระราชนิยม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ผสมผสานศิลปะไทย-จีน เช่น หลังคาที่ไม่มีช่อฟ้าใบระกา ถ่ายภาพหอไตรที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากยูเนสโก และมุมต่างๆ ภายในวัด

ทำบุญและพักผ่อน : ทำบุญและฟังธรรมตามโอกาสต่างๆ เดินเล่นพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่นใจกลางย่านเมืองเก่า
เวลาเหมาะสมในการท่องเที่ยว
เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยว วัดเทพธิดารามวรวิหาร คือ ช่วงเช้าตรู่ ครับ
ช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 08:00 – 10:00 น.) : เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม
คนน้อย : คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าช่วงเวลาอื่น
แสงสวย : แสงแดดยามเช้าจะช่วยขับเน้นความงามของหน้าบันกระเบื้องเคลือบสไตล์จีน ทำให้ถ่ายรูปได้สวยงามเป็นพิเศษ
อากาศเย็นสบาย : ช่วยให้เดินชมบริเวณวัดและกุฏิสุนทรภู่ได้อย่างผ่อนคลายก่อนที่อากาศจะร้อนจัดในตอนกลางวัน
ช่วงกลางวัน (11:00 – 15:00 น.) : สามารถเข้าชมได้ แต่อากาศจะร้อนและอาจมีนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ แวะเวียนมาบ้าง
เวลาเปิด-ปิดทำการ : วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยเวลาทำการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง 08:00 – 18:00 น. หรือ 08:00 – 17:00 น. ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่หน้างานสำหรับเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง
โดยสรุป หากคุณต้องการประสบการณ์ที่สงบและได้ภาพถ่ายที่สวยงาม แนะนำให้ไปถึงวัดตั้งแต่ช่วงเช้า
ข้อควรรู้ / คำแนะนำ
เพื่อให้การเยี่ยมชม วัดเทพธิดารามวรวิหาร ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด มีข้อควรรู้และคำแนะนำดังนี้ครับ:
การแต่งกายที่เหมาะสม
แต่งกายสุภาพ : เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย หลีกเลี่ยง เสื้อแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่
การเดินทางที่สะดวก
ใช้ MRT เป็นหลัก : วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด จากนั้นเดินเท้าต่อไปยังวัดประมาณ 10-15 นาที จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหารถติดและที่จอดรถหายากในย่านเมืองเก่า
เวลาที่แนะนำ
ช่วงเช้าตรู่ดีที่สุด : แนะนำให้ไปถึงวัดตั้งแต่ช่วง 08:00 – 10:00 น. เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย และได้แสงสวยในการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมแบบจีนที่หน้าบัน
จุดที่ไม่ควรพลาด
กุฏิสุนทรภู่ : อย่าลืมแวะชมกุฏิที่กวีเอกของโลกเคยจำพรรษา ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ให้ความรู้ด้านวรรณกรรม
หมู่พระอริยสาวิกา : เข้าไปในพระวิหารเพื่อชมรูปหล่อภิกษุณี 52 องค์ และอาจลองขอพรเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับสตรีตามความเชื่อ
สถาปัตยกรรมจีน : สังเกตความแตกต่างของหลังคาวัดที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และลวดลายปูนปั้นแบบจีน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัดในสมัยรัชกาลที่ 3
บทสรุป
โดยสรุป วัดเทพธิดารามวรวิหาร คือสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่ผสมผสานศิลปะไทย-จีนได้อย่างมีเอกลักษณ์ ตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ครับ
ประเด็นสำคัญ
สถาปัตยกรรมโดดเด่น : หลังคาไม่มีช่อฟ้า ใบระกา แต่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและปูนปั้นแบบจีน เป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยาก
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ : เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธเทววิลาส (หลวงพ่อขาว) และ หมู่พระอริยสาวิกา 52 องค์ ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับสตรี
คุณค่าทางวรรณกรรม : เคยเป็นที่พำนักของ สุนทรภู่ กวีเอกของไทย และมีกุฏิอนุรักษ์ไว้ให้เยี่ยมชม
การเดินทาง : เข้าถึงง่ายด้วย MRT สถานีสามยอด แล้วเดินเท้าต่อเล็กน้อย
คำแนะนำ : ควรเข้าชมช่วง เช้าตรู่ เพื่อบรรยากาศที่เงียบสงบและแสงสวยในการถ่ายภาพ และแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเสมอ







